อักษรจีนกลางที่ใช้ในสิงคโปร์
ตอนที่ ๒
คราวที่แล้วได้กล่าวถึงตัวอักษรจีนในสมัยราชวงศ์ชางไปแล้ว ๓ ประเภท คราวนี้จะขออธิบายต่อถึงตัวอักษรจีนประเภทที่ ๔ ซึ่งเป็นตัวอักษรที่ให้ทั้งความหมายและเสียงอ่าน ตัวอักษรจีนเกิดจากการประกอบตัวอักษร ๒ ตัว โดยตัวอักษรด้านซ้ายเป็นความหมาย ส่วนอักษรด้านขวาเป็นเสียงอ่าน เมื่อรวมกันแล้วเกิดความหมายใหม่ เช่น คำว่า 晴 qíng ฉิง แปลว่า (ท้องฟ้า) โปร่งใส ตัวอักษรทางด้านซ้ายมือ คือ日 rì รื่อ แปลว่า พระอาทิตย์ และตัวอักษรขวามือ คือ青 qīng ชิง แปลว่า เขียว, สีเขียว
ภาษาจีนเป็นภาษาที่ต้องมีเสียงอ่านกำกับ ในสมัยก่อนที่ยังไม่มีการใช้สัทอักษรกำกับเสียงอ่านนั้น การสื่อถึงเรื่องการออกเสียงจะใช้ตัวอักษรจีนกำกับเสียงอ่าน ดังที่พบในพจนานุกรมจีนโบราณ เช่น 炫(玄去)xuàn (xuán qù) เสฺวียน (เสฺวียน-ชหฺวี้) แปลว่า แสงสว่างเจิดจ้า ต่อมาจีนได้ใช้เสียงกำกับตัวอักษร เรียกว่า 注音符号 zhùyīnfúhào จู้ ยิน ฝู ฮ่าว ต่อมาใน พ.ศ. ๒๕๐๑ หรือตรงกับค.ศ. ๑๙๕๘ รัฐบาลจีนได้ประกาศใช้ตัวอักษรโรมันเป็นตัวกำกับเสียงภาษาจีน ที่ปัจจุบันเรียกกันว่า สัทอักษรพินยิน 拼音 pīnyīn พิน ยิน ดังที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้
สัทอักษรพินยินใช้แทนเสียงพยัญชนะ ๒๑ เสียง สระ ๓๙ เสียง กำหนดวรรณยุกต์เป็น ๔ แบบ ออกเสียงเป็น ๔ เสียง ทุกพยางค์ต้องมีวรรณยุกต์กำกับยกเว้นพยางค์ที่เป็นเสียงเบา (neutral tone) คำในภาษาจีนมักเป็นแบบพยางค์เดียว เขียนด้วยตัวอักษรจีนหนึ่งตัวก็ให้ความหมายได้ เช่น 天 tiān เทียน แปลว่า ฟ้า 地 dì ตี้ แปลว่า ดิน ภาษาจีนแต่ละพยางค์จะมีพินยินที่เป็นตัวพยัญชนะมากสุดเพียง ๒ ตัวเท่านั้น คือพยัญชนะตัวต้นและพยัญชนะตัวท้าย ส่วนตรงกลางเป็นสระ
การเขียนภาษาจีนในปัจจุบันนิยมเขียนจากซ้ายไปขวาตามแบบสากลและมีเครื่องหมายวรรคตอนใช้ด้วย เช่น เครื่องหมายจบประโยค เรียกว่า jùhào มีรูป 。เครื่องหมายแบ่งประโยค เรียกว่า dòuhào มีรูป ,เครื่องหมายคั่นรายการที่เขียนต่อ ๆ กัน เรียกว่า dùnhào มีรูป 、
พรพรรณ จันทโรนานนท์ เขียน
ชลธิชา สุดมุข สรุป
๕ สิงหาคม ๒๕๕๗

