อักษรไทย
ตอนที่ ๒
ในตอนที่แล้วได้กล่าวถึงชุดตัวอักษรไทยซึ่งประกอบด้วย พยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และรูปแทนพยางค์ไปแล้ว คราวนี้จะได้กล่าวถึงเครื่องหมายต่าง ๆ ที่มีใช้ในภาษาไทย ดังนี้
เครื่องหมายแสดงเสียงสั้น มี ๑ รูป เรียกว่า ไม้ไต่คู้ (็) เช่น “เอ็น” อ่านออกเสียงเสียงสั้น หมายถึง “กลุ่มหรือมัดเส้นใยเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ซึ่งเรียงตัวในทิศทางเดียวเห็นได้ชัด และไม่มีกล้ามเนื้อยึดที่ปลาย” ถ้าไม่มีเครื่องหมายไม้ไต่คู้ เป็น “เอน” อ่านออกเสียงยาว มีความหมายแตกต่างออกไป คือ หมายถึง “อาการของสิ่งที่มีลักษณะยาวหรือเป็นแผ่นเป็นต้น ตั้งอยู่ แต่ไม่ตรง”
เครื่องหมายฆ่าเสียง มี ๑ รูป เรียกว่า ทัณฑฆาต (์) เป็นเครื่องหมายสำหรับกำกับบนตัวอักษรที่ไม่ต้องการเปล่งเสียงอ่าน โดยปรกติมักเขียนกำกับไว้เหนืออักษรท้ายคำ เช่น “รัตน์” ออกเสียงว่า [รัด] โดยไม่ต้องออกเสียง [น] ซึ่งมีเครื่องหมายนี้กำกับ
เครื่องหมายแสดงการซ้ำ มี ๑ รูป เรียกว่า ไม้ยมก (ๆ) ใช้เขียนหลังคำ วลี หรือประโยค เพื่อให้อ่านซ้ำคำ วลี หรือประโยคอีกครั้งหนึ่ง เช่น เด็ก ๆ อ่านว่า เด็ก เด็ก, วันหนึ่ง ๆ อ่านว่า วัน หนึ่ง วัน หนึ่ง, ไฟไหม้ ๆ อ่านว่า ไฟ ไหม้ ไฟ ไหม้
เครื่องหมายละคำ มี ๑ รูป เรียกว่า ไปยาลน้อย (ฯ) ใช้ละส่วนท้ายของคำ เช่น กรุงเทพฯ อ่านว่า กรุงเทพมหานคร
เครื่องหมายละความ มี ๑ รูป เรียกว่า ไปยาลใหญ่ (ฯลฯ) ใช้ละข้อความข้างท้าย เช่น “สิ่งของที่ซื้อขายกันในตลาดมี เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ น้ำตาล น้ำปลา ฯลฯ” เครื่องหมายนี้อ่านว่า ละ หรือ และอื่น ๆ
การประกอบตัวอักษรเป็นคำในภาษาไทยเริ่มจากซ้ายไปขวา พยัญชนะ ไม้ยมก ไปยาลน้อย และ ไปยาลใหญ่ เรียงอยู่ในบรรทัดเดียวกัน สระอาจจะอยู่ด้านหน้า ด้านหลัง ด้านบน หรือด้านล่างของพยัญชนะ เครื่องหมายทัณฑฆาตวางไว้เหนือพยัญชนะ รูปวรรณยุกต์และเครื่องหมายไม้ไต่คู้วางอยู่เหนือพยัญชนะหรือเหนือรูปสระด้านบนอีกทีหนึ่ง แต่ไม้ไต่คู้จะไม่ปรากฏร่วมกับเครื่องหมายวรรณยุกต์และรูปสระด้านบนเนื่องจากข้อจำกัดทางด้านเทคโนโลยีปัจจุบัน
นิตยา กาญจนะวรรณ เขียน
ชลธิชา สุดมุข สรุป

