อัฐบาน –กาลิกในพระพุทธศาสนามีคำศัพท์มากมายทั้งที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ ใช้กับพระภิกษุ หรือใช้เรียกสิ่งที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ คำศัพท์ทางพระพุทธศาสนาที่เราคุ้นหูก็เช่น อรรถกถา บริขาร บังสุกุล ปาราชิก สิกขาบท คำว่า อัฐบาน [อัด–ถะ–บาน] เป็นอีกคำหนึ่งที่น่าสนใจซึ่ง พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้ความหมายไว้ว่า นํ้าที่คั้นจากผลไม้ มี ๘ อย่าง คือ นํ้ามะม่วง นํ้าชมพู่หรือนํ้าหว้า นํ้ากล้วยมีเม็ด นํ้ากล้วยไม่มีเม็ด นํ้ามะซาง นํ้าลูกจันทน์หรือน้ำองุ่น นํ้าเหง้าอุบล และนํ้ามะปรางหรือน้ำลิ้นจี่ คำนี้เขียนอีกแบบได้ว่า อัฏฐบาน และจะเรียกว่า น้ำปานะ ก็ได้คำว่า อัฐบาน เกี่ยวข้องกับคำศัพท์ทางพระพุทธศาสนาคำหนึ่งคือ กาลิก พจนานุกรมฯ อธิบายคำ กาลิก ว่า ของที่พระสงฆ์เก็บไว้ฉันได้ตามเวลาที่กำหนดให้ ส่วนหนังสือ รู้ รัก ภาษาไทย เล่ม ๒ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน อธิบายไว้ดังนี้คำว่า กาลิก เป็นภาษาบาลี แปลว่า อันเป็นไปตามกำหนดเวลา ของที่พระสงฆ์เก็บไว้ฉันได้มี ๓ อย่าง อย่างแรกเรียกว่า ยาวกาลิก หมายถึง ของที่เก็บไว้ฉันได้ตั้งแต่เช้าถึงเที่ยงวัน คือ ข้าวปลาอาหารที่พระภิกษุรับบิณฑบาตมา รวมทั้งอาหารที่ญาติโยมถวาย อย่างที่ ๒ เรียกว่า ยามกาลิก หมายถึง ของที่เก็บไว้ฉันได้จนถึงกลางคืน ได้แก่ น้ำอัฐบาน อย่างที่ ๓ เรียกว่า สัตตาหกาลิก หมายถึง ของที่พระสามารถเก็บไว้ฉันได้ ๗ วัน เป็นของที่มีลักษณะเป็นยา คือ เภสัช ๕ อย่าง ได้แก่ เนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง และน้ำอ้อย ตามปรกติพระภิกษุสามเณรจะฉันอาหารเมื่อเลยเวลาเที่ยงไปแล้วไม่ได้ แต่อาจฉันน้ำอัฐบานได้ถ้าได้รับประเคนมาภายในวันนั้น เนื่องจากในวินัยสงฆ์มีข้อบัญญัติว่า พระภิกษุจะเก็บอาหารประเภทอัฐบานไว้ฉันได้เพียง ๑ วันกับ ๑ คืนเท่านั้น.อารยา ถิรมงคลจิต |

