อับเฉา

          คำ อับเฉา ถ้าเป็นคำวิเศษณ์หมายถึงไม่สดชื่น ไม่ชื่นบาน  แต่ที่จะกล่าวถึงนี้คือคำนามซึ่งหลายคนอาจไม่ทราบความหมาย  อับเฉาคือสิ่งที่เป็นของใช้ถ่วงเรือกันเรือโคลง  ดังนั้นสิ่งที่ใช้เป็นอับเฉาจึงมักจะมีน้ำหนักมากอย่างหินหรือทราย

          อับเฉามิได้เป็นเพียงแค่สิ่งที่ใช้ถ่วงน้ำหนักเรือ เมื่อนำมาทำให้สวยงามก็สามารถใช้ประดับตกแต่งสถานที่ได้  อย่างในประเทศไทยใช้อับเฉาที่เป็นตุ๊กตาหินศิลปะจีนตกแต่งพระราชวังหรือวัด ซึ่งมีปรากฏมาตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น หรืออาจมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา  ตุ๊กตาหินเหล่านี้ทำจากหินเนื้อสีเทา แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าเป็นวัสดุที่ผสมขึ้นแล้วปั้น แกะสลักจากหิน หรือเป็นวัสดุเช่นเดียวกับศิลาแลงที่ปั้นได้ขณะยังไม่แข็งตัว  มีรูปต่าง ๆ เช่น สิงโต มังกร ช้าง ม้า  ที่ทำเป็นรูปมนุษย์ก็มีรูปขุนนางจีนฝ่ายบู๊ ฝ่ายบุ๋น สตรี ทหารแต่งกายอย่างฝรั่ง 

          เรื่องตุ๊กตาหินนี้มีกล่าวไว้ในหนังสือพจนานุกรมศัพท์ศิลปกรรม อักษร ซ-ฮ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ซึ่งให้ข้อมูลว่า พ่อค้าชาวจีนนำตุ๊กตาหินดังกล่าวเข้ามาในประเทศไทยโดยใช้เป็นอับเฉาของเรือสำเภา เพื่อถ่วงน้ำหนักเรือกันเรือถูกพายุพัดล่ม เนื่องจากเมื่อเดินทางมาซื้อสินค้าจากไทยกลับไปขายที่ประเทศตนนั้นเรือสำเภาจะว่างและเบา  แต่มีบางส่วนอาจนำเข้ามาถวายพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งเมื่อยังดำรงพระราชอิสริยศเป็นพระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ (พระองค์เจ้าทับ) ทรงดำรงตำแหน่งเจ้ากรมท่า  และสันนิษฐานว่าคงมีการนำเข้ามาหลายครั้ง จึงพบว่ามีประดับอยู่ตามพระอารามต่าง ๆ ทั้งพระอารามที่มีอยู่เดิม และที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดฯ ให้สร้างขึ้นใหม่หรือบูรณปฏิสังขรณ์ตามแบบพระราชนิยม เช่น วัดอรุณราชวราราม วัดเทพธิดาราม  ในภายหลังจึงมีการสั่งซื้อเข้ามาถวายวัดหรือตั้งประดับในอาคารสถานที่ของข้าราชการผู้ใหญ่และวังเจ้านาย

          เมื่อกล่าวถึงตุ๊กตาหินศิลปะจีนแล้ว ก็ขอกล่าวถึงตุ๊กตาหินที่เป็นศิลปะของไทยด้วย แต่ตุ๊กตาเหล่านี้ไม่ได้ใช้เป็นอับเฉา เช่น ตุ๊กตาหินทรายรูปเจ้าเงาะกับนางรจนา รูปพระสุธนกับนางมโนราห์ รูปไกรทองกับนางวิมาลา และรูปหนุมานกับนางสุพรรณมัจฉา ปัจจุบันเก็บอยู่ในพิพิธภัณฑ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม  เข้าใจว่าคงจะทำขึ้นในสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย  ลักษณะทั่วไปของตุ๊กตาหินเหล่านี้คล้ายรูปที่หล่อด้วยโลหะหรือรูปที่แกะสลักด้วยไม้ตามแบบศิลปะไทย

    พัชนะ  บุญประดิษฐ์