| อาเซียน (ASEAN)
ในระหว่างวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ถึงวันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ ๒๕๕๒ ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน “การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ ๑๔” ณ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน จังหวัดเพชรบุรี การจัดการประชุมสำคัญนี้มีความสำคัญต่อประเทศในกลุ่มอาเซียนและมีประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก ในวันนี้ผู้เขียนจึงจะเล่าถึงความน่าสนใจและประวัติความเป็นมาของสมาคมอาเซียน ดังนี้ จากหนังสือสารานุกรมประวัติศาสตร์สากลสมัยใหม่: เอเชีย ฉบับราชบัณฑิตยสถานได้กล่าวถึง “อาเซียน” ไว้ว่า “สมาคมแห่งประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” (Association of Southeast Asian Nations) หรือ อาเซียน เป็นองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๑๐ แรกเริ่มประกอบด้วยประเทศสมาชิก ๕ ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และมีบรูไนดารุสซาลามเข้าร่วมเป็นสมาชิกในเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๒๗ เวียดนามได้เข้าเป็นสมาชิกในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๘ ต่อมา ลาวและพม่าเข้าร่วมเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ และกัมพูชาเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๔๒ รวมเป็น ๑๐ ประเทศ สมาคมอาเซียนเกิดจากความตกลงร่วมกันในการประชุมระหว่างประเทศในภูมิภาคมีมาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย โดยได้ลงนามในข้อตกลงร่วมกันก่อตั้งสมาคมแห่งประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และได้ออก “ปฏิญญาอาเซียน” หรือ “ปฏิญญากรุงเทพ” ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ โดยมีวัตถุประสงค์ตลอดจนแนวความคิดของสมาคมอาเซียน มีใจความว่า จะส่งเสริมความร่วมมือช่วยเหลือซึ่งกันและกันทางเศรษฐกิจ สังคม วิชาการ และวัฒนธรรม เพื่อสร้างเสถียรภาพ ความมั่นคง ความเป็นปึกแผ่นของประชาชาติ และของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดช่วง ๒ ทศวรรษนับตั้งแต่ก่อตั้งสมาคมอาเซียน การเคลื่อนไหวขององค์การนี้ได้ขยายขอบข่ายความคิด และการดำเนินการกว้างขวาง อาเซียนพยายามรักษาเสถียรภาพและความมั่นคง ส่งเสริมการพัฒนาประเทศ และอำนวยประโยชน์แก่ประเทศสมาชิกเพื่อให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีบรรยากาศที่เอื้อต่อการจัดตั้งเป็นเขตสันติภาพ เสรีภาพ และความเป็นกลาง ทั้งนี้ ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการประชุมนี้จะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี และเป็นประโยชน์แก่ประเทศไทยไม่มากก็น้อย. อิสริยา เลาหตีรานนท์ |

