เครดิต “เครดิต” เป็นคำที่เราได้ยินกันเป็นประจำในปัจจุบัน เช่น บัตรเครดิต หรือคน ๆ นี้ไม่มีเครดิตเลย พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ อธิบายว่า เครดิต มาจากคำภาษาอังกฤษ credit ในความหมายทั่วไปหมายถึง ชื่อเสียงหรือความเชื่อถือในตัวบุคคลหรือในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ความเชื่อถือในฐานะทางการเงินของบุคคลหรือสถาบัน หรือหมายถึง รายการเจ้าหนี้ตามบัญชี เงินที่เข้าบัญชีเป็นรายรับ และยังหมายถึง ตัวเลขแสดงสิทธิที่นิสิตนักศึกษาจะพึงได้รับเมื่อศึกษาตรงตามกําหนดและสอบวิชานั้น ๆ ได้ หน่วยกิต ก็เรียก ในพจนานุกรมศัพท์เศรษฐศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน บัญญัติคำ credit ไว้ว่า สินเชื่อ เครดิต ความหมายที่ ๑ หมายถึง ระบบที่ให้ผู้ใช้สินเชื่อสามารถซื้อสินค้าหรือบริการโดยชำระเงินในภายหน้า ซึ่งขึ้นอยู่กับความเชื่อถือหรือความไว้วางใจทางการเงินของบุคคลหรือหน่วยธุรกิจ ความหมายที่ ๒ หมายถึง รายการทางด้านขวาของบัญชี ส่วนคำว่า บัตรเครดิต มาจากภาษาอังกฤษว่า credit card หมายถึง บัตรพลาสติกที่มีแถบแม่เหล็ก ระบุชื่อ เลขบัญชีของผู้ถือบัตร และกำหนดวันหมดอายุของบัตร บัตรเครดิตจะกำหนดวงเงินสินเชื่อแก่ผู้ถือบัตร ผู้ออกบัตรเครดิตโดยทั่วไป เช่น ธนาคาร ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ หรือองค์กรอื่น ๆ ที่ได้รับความเชื่อถือทางการเงิน นอกจากนี้ ยังมีคำอีกคำหนึ่งที่น่าสนใจและคงมีท่านผู้อ่านหลายท่านเคยได้ยิน คือ คำว่า credit bureau หรือที่พจนานุกรมศัพท์เศรษฐศาสตร์บัญญัติว่า สำนักข้อมูลเครดิต หมายถึง องค์กรเอกชนที่ทำหน้าที่หาข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลของบุคคลที่ขอสินเชื่อต่อสถาบันการเงิน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะประกอบด้วย คุณสมบัติของบุคคลนั้น การได้รับอนุมัติสินเชื่อ การชำระสินเชื่อ รวมทั้งประวัติการใช้จ่ายและการชำระราคาสินค้าหรือบริการโดยบัตรเครดิตของบุคคลที่ขอสินเชื่อ ส่วนประเทศไทยมีพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ. ๒๕๔๕ ใช้บังคับอยู่. อิสริยา เลาหตีรานนท์ |

