เจ้า

          ถ้าเอ่ยถึงคำว่า เจ้า หลายคนก็อาจจะนึกถึงผู้ที่มีเชื้อสายของพระมหากษัตริย์ ซึ่งก็เป็นเพียงความหมายหนึ่งเท่านั้น เพราะคำว่า เจ้า นอกจากจะหมายถึง เชื้อสายของกษัตริย์นับตั้งแต่ชั้นหม่อมเจ้าขึ้นไป แล้วบางแห่งยังอาจหมายถึงพระเจ้าแผ่นดินก็มี เช่น เจ้ากรุงจีน ส่วนความหมายอื่น ๆ ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ มีดังนี้ ความหมายแรก เป็นคำนาม หมายถึง  ผู้เป็นใหญ่ ผู้เป็นหัวหน้า เช่น เจ้านคร; เชื้อสายของกษัตริย์นับตั้งแต่ชั้นหม่อมเจ้าขึ้นไป บางแห่งหมายถึงพระเจ้าแผ่นดินก็มี; ผู้เป็นเจ้าของ เช่น เจ้าทรัพย์ เจ้าหนี้; ผู้ชํานาญ เช่น เจ้าปัญญา เจ้าความคิด เจ้าบทเจ้ากลอน; มักใช้เติมท้ายคําเรียกผู้ที่นับถือ เช่น พระพุทธเจ้า เทพเจ้า; เทพารักษ์ เช่น เจ้าพ่อหลักเมือง ความหมายที่ ๒ เป็นคำสันธาน ใช้แทนผู้ที่เราพูดด้วย สําหรับผู้ใหญ่พูดกับผู้น้อยอย่างสุภาพหรือเอ็นดู เป็นสรรพนามบุรุษที่ ๒ เช่น เจ้ามานี่ คําใช้แทนผู้ที่เราพูดถึง เป็นสรรพนามบุรุษที่ ๓ มักใช้เข้าคู่กับคํา นั่น เป็น เจ้านั่น เช่น เจ้านั่นจะไปด้วยหรือเปล่า ความหมายที่ ๓ เป็นคำนาม ใช้เป็นคำนำหน้าชื่อเพื่อแสดงว่าเป็นเชื้อสายเจ้านายฝ่ายเหนือ เช่น เจ้าดวงเดือน; คํานําหน้าที่ผู้ใหญ่เรียกเด็กหรือผู้น้อย เช่น เจ้าหนู เจ้าแดง เจ้านี่ ความหมายที่ ๔ เป็นคำนาม ใช้เรียก ผู้ค้าขายสิ่งของต่าง ๆ เช่น เจ้าผัก เจ้าปลา  หรือเป็นลักษณนามหมายความว่า ราย เช่น มีผู้มาติดต่อ ๓ เจ้า

          นอกจากนี้ คำว่า เจ้า ยังใช้ประกอบกับคำอื่นๆ อีก เช่น เจ้าไม่มีศาล สมภารไม่มีวัด  เป็นสำนวนหมายถึง ผู้ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง  เจ้ากี้เจ้าการ  หมายถึง ผู้ที่ชอบเข้าไปวุ่นในธุระของคนอื่นซึ่งมิใช่หน้าที่ของตนจนน่ารำคาญ   ส่วน เจ้ากรรมนายเวร  ก็จะหมายถึง ผู้เคยมีกรรมมีเวรต่อกันมาแต่ชาติก่อน  ถ้าใครถูกจองเวรอยู่ ชาตินี้ก็ขอให้หมดเวรหมดกรรมต่อกันก็แล้วกันนะคะ จะได้ไม่ต้องมาจองเวรกันต่อชาติหน้า.

       จินดารัตน์  โพธิ์นอก