เบื้องหลังมลพิษ วิธีการ “ทำอย่างไรให้สุขภาพดี” ที่หน่วยงานแห่งหนึ่งแนะนำ คือ ให้หลีกเลี่ยงจากมลภาวะเป็นพิษ ในขณะที่มีข่าวชาวบ้านกำลังเดือดร้อนเรื่องปัญหามลพิษที่เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรม และข่าวการรณรงค์ลดมลภาวะในสิ่งแวดล้อม เข้าใจว่าเจตนาของผู้ใช้คำว่า มลภาวะเป็นพิษ มลพิษ และมลภาวะ ก็คือต้องการจะสื่อถึงคำ pollution ในภาษาอังกฤษ แล้วจริง ๆ คำใดเป็นคำที่ถูกต้องเหมาะสม pollution บัญญัติศัพท์ภาษาไทยใช้อย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๙ เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมีความจำเป็นต้องแปลศัพท์ภาษาไทยของคำว่า pollution คณะกรรมการบัญญัติศัพท์ภาษาไทยของราชบัณฑิตยสถานได้พิจารณาแล้วเห็นว่าควรจะบัญญัติศัพท์ pollution ให้เป็นคำกลาง ๆ เพื่อจะใช้ได้กับทุกกรณี ไม่ใช่เรื่องของทะเลเท่านั้น พลตรีพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ องค์ที่ปรึกษา ทรงเสนอคำ มลพิษ แปลว่า “พิษเกิดจากความมัวหมองหรือความสกปรก” ซึ่งมีความหมายกลาง ๆ และนำไปใช้ประกอบคำอื่น ๆ ได้ทั่วไป แล้วแต่กรณีด้วย หลังจากนั้น ได้มีการพิจารณาทบทวนศัพท์นี้อีกหลายครั้ง เนื่องจากมีข้อทักท้วงว่า คำ มลภาวะ น่าจะมีความหมายตรงกับ pollution มากกว่า เพราะโดยรูปศัพท์แล้วเป็นอาการนาม หมายถึง สภาวะหรือความเป็นไปมากกว่าที่จะเป็นสิ่งที่มีตัวตน คณะกรรมการบัญญัติศัพท์ภาษาไทยพิจารณาทบทวนแล้วเห็นว่า มลพิษ ถ่ายทอดความหมายของ pollution ได้ถูกต้องและชัดเจนกว่า มลภาวะ เนื่องจากแสดงความหมายถึงความเป็นโทษ เป็นอันตรายอยู่ด้วย ซึ่งคำว่า มลภาวะ ไม่ได้แสดงเช่นนั้น แต่หากต้องการเน้นให้เห็นว่าเป็น ภาวะ ก็อาจใช้ว่า ภาวะมลพิษ อีกคำหนึ่งก็ได้ ด้วยเหตุผลข้างต้นราชบัณฑิตยสถานจึงกำหนดให้ใช้ศัพท์บัญญัติของ pollution ว่า มลพิษ กับ ภาวะมลพิษ คำว่า pollution เมื่อนำไปประกอบกับคำอื่น ก็ใช้คำว่า มลพิษ เป็นหลัก เช่น water pollution ใช้ว่า มลพิษทางน้ำ air pollution ใช้ว่า มลพิษทางอากาศ noise pollution ใช้ว่า มลพิษทางเสียง ส่วนคำว่า pollutant ให้ใช้ว่า สารมลพิษ แสงจันทร์ แสนสุภา |

