เป็น…เป็น

          คำง่าย ๆ ที่คิดว่าทุกคนคงจะรู้จักกันดี แต่ทราบหรือไม่คะ ว่าคำดังกล่าวมี ๒ ความหมาย ซึ่งตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ อธิบายว่า ความหมายแรก เป็นคํากริยาสําหรับแสดงความสัมพันธ์ระหว่างคํากับคําเพื่อให้เห็นว่าคําหน้าและคําหลังมีภาวะ คือ ความมี ความเป็น เกี่ยวข้องกันอย่างไร เช่น ท่านเป็นเจ้า เขาเป็นนาย  ส่วนความหมายที่ ๒ เป็นคำกริยาหมายถึง สามารถ ได้ เช่น เต้นเป็น รําเป็น  และเป็นคำวิเศษณ์ หมายถึง ยังมีชีวิตอยู่ ยังไม่ตาย เช่น ปลาเป็น หรือหมายถึง ประหนึ่ง เช่น ทําเป็นบ้า 

          คำว่า เป็น เมื่อนำไปประกอบคำอื่นก็จะมีความหมายแตกต่างกัน เช่น  เป็นกลาง  หมายถึง ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เช่น วางตัวเป็นกลาง  เป็นกอบเป็นกำ หมายถึง เป็นผลดี เป็นชิ้นเป็นอัน เช่น ทำให้เป็นกอบเป็นกำ เป็นก้อนใหญ่ ทําประโยชน์ต่อไปได้ดี เช่น ได้เงินมาเป็นกอบเป็นกำ  เป็นกันเอง  หมายถึง มีความสนิทสนมคุ้นเคยกัน  เป็นการ  หมายถึง ได้ผล สําเร็จ เช่น เป็นการหรือไม่เป็นการ มักใช้ในความปฏิเสธ เช่น เห็นจะไม่เป็นการ  เป็นการใหญ่  หมายถึง เป็นการเอิกเกริก เป็นงานใหญ่ เช่น จัดงานสมโภชเป็นการใหญ่ เกินปรกติ เช่น เลี้ยงดูเป็นการใหญ่ จัดบ้านเป็นการใหญ่  เป็นควัน  หมายถึง อาการที่ปฏิเสธข้อกล่าวหาอุตลุดเป็นพัลวัน เป็นความ  หมายถึง มีคดีพิพาทหรือฟ้องร้องกันในโรงศาล  เป็นคุ้งเป็นแคว  หมายถึง อาการที่เล่าเป็นเรื่องเป็นราวยืดยาวติดต่อกันเหมือนกับรู้เห็นมาด้วยตนเอง เป็นงาน  หมายถึง มีความชำนาญ  เป็นเงาตามตัว  หมายถึง คอยติดตามอยู่ตลอดเวลา; เพิ่มขึ้นหรือลดลงตามส่วน  เป็นจริงเป็นจัง  หมายถึง เป็นหลักฐานมั่นคง เป็นชิ้นเป็นอัน เป็นลํ่าเป็นสัน  เป็นใจ  หมายถึง รู้กัน สมรู้ร่วมคิด  เป็นชิ้นเป็นอัน  หมายถึง เป็นสาระ เป็นเรื่องเป็นราว มักใช้ในความปฏิเสธว่า ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน  เป็นต่อ  หมายถึง ได้เปรียบ ถ้าเสียเปรียบใช้ว่า เป็นรอง  เป็นตายเท่ากัน  หมายถึง มีอาการปางตาย ไม่แน่ว่าจะเป็นหรือจะตาย  เป็นตุเป็นตะ หมายถึง อาการที่เล่าเป็นจริงเป็นจังเหมือนกับรู้เห็นมาด้วยตนเอง เช่น พูดเป็นตุเป็นตะ 

จินดารัตน์  โพธิ์นอก