เม่น

          เมื่อพูดถึงสัตว์ที่มีขนใช้ในการป้องกันตัว  จะเป็นสัตว์ชนิดใดไปไม่ได้นอกจาก เม่น  และวิธีการป้องกันตนจากศัตรูทำอย่างไร  เม่นสลัดขนได้จริงหรือไม่  สารานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถานเล่ม ๒๓ มีคำตอบ

          เม่น เป็นสัตว์อยู่ในวงศ์ Hystricidae  ซึ่งมีลักษณะพิเศษคือ มีขนที่ธรรมชาติดัดแปลงให้เป็นหนามแข็งปลายแหลมหลุดง่าย ป้องกันตัวไม่ให้ถูกสัตว์ร้ายกินได้ง่าย

          เม่นในประเทศไทยมี ๓ ชนิด คือ ๑. เม่นใหญ่แผงคอยาว  ๒. เม่นใหญ่แผงคอสั้น  ซึ่งเป็นเม่นขนาดใหญ่วัดจากปลายจมูกถึงโคนหางยาวประมาณ ๗๕ เซนติเมตร  มีหางเป็นพู่สั้น ๆ ตัวผู้ขนหางเป็นเส้นทรงกระบอก เวลาวิ่งหนีศัตรูจะแกว่งขนหางให้เกิดเสียงดังเพื่อขู่ศัตรูไปด้วย ซึ่งจะสั่นได้ดังกว่าตัวเมียที่มีขนหางแหลมเรียว   และ ๓. เม่นหางพวง เป็นเม่นขนาดเล็ก วัดจากปลายจมูกถึงโคนหางยาวประมาณ ๕๒ เซนติเมตร ขนบนหลังมักเป็นเส้นแบน ๆ  หางเป็นก้านยาวราว ๑๔-๒๓ เซนติเมตร ปลายหางมีขนเป็นพู่ไม่มากนัก ขนหนามไม่แหลมและไม่แข็งมาก  ลูกเม่นเมื่อขณะคลอดขนจะหยิกและเป็นเส้นอ่อน ๆ เมื่อถูกอากาศภายนอกแล้วจึงจะเป็นหนามแข็ง  ขนเม่นมีลักษณะเป็นปล้อง ๆ โคนและปลายเป็นสีขาว ตรงกลางเป็นสีดำ  เม่นชอบกินหน่อไม้ รากไม้ หัวเผือก หัวมัน เปลือกไม้ ผลไม้สุกที่ร่วงหล่น และชอบนอนในโพรงดิน

          เมื่อถูกสัตว์ไล่กัด เม่นจะพองขนหนามแหลมแข็งออก  พร้อมทั้งวิ่งไประยะหนึ่งแล้วหยุดกระทันหัน ทำให้สัตว์ที่วิ่งไล่ตามหยุดไม่ทัน จะชนโดนหนามแหลมแข็งตำได้  ซึ่งขนแหลมแข็งของเม่นบางครั้งอาจทำให้สัตว์ใหญ่ เช่น เสือดาว เสือโคร่ง ตายได้ เนื่องจากใช้อุ้งตีนหน้าตบโดนขนหนามแข็งทำให้บาดเจ็บที่ฝ่าตีน หรือบาดเจ็บที่จมูกและปากเพราะวิ่งชน

          เม่นไม่สามารถสลัดขนให้ทิ่มตำศัตรูได้ตามที่เคยเข้าใจกัน  ทำได้แต่พองขนปล่อยให้ศัตรูวิ่งเข้าไปตำขนแหลมเท่านั้น.

        กนกวรรณ  ทองตะโก