เรือน

          มนุษย์ต้องการปัจจัย ๔ ในการดำรงชีวิตไม่ว่าจะในยุคใดสมัยใด ปัจจัยหนึ่งที่จะขาดเสียไม่ได้คือ ที่อยู่อาศัย  สิ่งปลูกสร้างสำหรับเป็นที่อยู่อาศัยของคนไทยเปลี่ยนไปในแต่ละสมัย  ในสมัยก่อน สิ่งปลูกสร้างที่เป็นที่อยู่อาศัยประเภทหนึ่งเรียกกันว่า เรือน

          นายจุลทัศน์ พยาฆรานนท์ ราชบัณฑิต สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน ให้คำอธิบายว่า “เรือน” คือ สิ่งปลูกสร้างสำหรับเป็นที่อยู่ เรือนโดยขนบนิยมสำหรับคนไทยที่อยู่ในแต่ละภาคของประเทศ ปลูกเรือนยกพื้นสูง มีล่องถุนหรือใต้ถุน คือ ระยะสูงจากพื้นดินขึ้นไปถึงใต้พื้นเรือนสูงเสมอคนเดินลอดเข้าไปข้างใต้เรือนได้ ทั้งนี้ เพื่อให้พ้นน้ำท่วมเมื่อฤดูน้ำหลากกับให้ลมพัดโกรกใต้เรือนไป ไม่ต้องการไอชื้นระเหยขึ้นไปในเรือน เป็นต้น  เรือนอย่างไทยปลูกเป็น ๒ ประเภท คือ เรือนเครื่องผูกอย่างหนึ่ง กับเรือนเครื่องสับหรือเรือนฝากระดานอีกอย่างหนึ่ง  “เรือนเครื่องผูก” เป็นเรือนซึ่งคนแต่ก่อนนิยมปลูกอยู่ ไม่จำเพาะว่าเป็นที่อาศัยสำหรับคนยากจน ทั้งนี้เนื่องด้วยเรือนประเภทนี้ พึงหาสิ่งของที่มีอุดมในธรรมชาติที่จะเอามาปลูกสร้างเรือน เช่น ไม้ไผ่ ไม้เหลาชะโอน ไม้หมาก แฝก จาก หวาย สิ่งเหล่านี้ไม่ต้องใช้ทุนรอนมาก และปลูกสร้างง่าย โดยใช้วิธีผูก ร้อยรัด มัดพัน เป็นต้น คุมขึ้นเป็นเรือน  เรือนประเภทนี้จึงเรียกว่า เรือนเครื่องผูก ส่วน “เรือนเครื่องสับ” หรือเรือนฝากระดาน คือ เรือนประเภทที่ใช้ไม้จริง คือไม้เนื้อแข็งชนิดต่าง ๆ เอามาทำเสา พื้น ฝา โครงหลังคาเรือน เป็นต้น  ส่วนหลังคามักมุงด้วยกระเบื้องดินเผา เรือนเครื่องสับนี้สร้างทำขึ้นด้วยวิธีสับบากไม้ เข้าเดือย เข้าลิ่ม เข้าสลัก คุมตัวไม้แต่ละตัวขึ้นเป็นเรือนทั้งหลัง จึงเรียกว่า เรือนเครื่องสับ

          อนึ่ง เรือนเครื่องสับนี้มักเป็นเรือนที่อยู่ของผู้มีฐานะมั่งคั่งมั่นคง เช่น คหบดี ขุนนาง และเจ้านายซึ่งเป็นครอบครัวใหญ่ จึงนิยมปลูกเรือนอยู่หลายหลังคุมกันเป็นหมู่ มีทั้งเรือนนอน หลังรี หลังขวาง หอนั่ง หอกลาง หอพระ และเรือนครัว เป็นต้น.

         อิสริยา เลาหตีรานนท์