เรือสำปั้น

          “สำปั้น” เป็นชื่อเรือชนิดหนึ่ง  ใช้เป็นพาหนะสำหรับอาศัยไปมาหรือบรรทุกสิ่งของสินค้าขึ้นล่องทางน้ำ  โดยการแจวหรือพาย  คำว่า สำปั้น มีความหมายตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ว่า ชื่อเรือต่อเสริมกราบชนิดหนึ่ง เดิมทําด้วยไม้กระดาน ๓ แผ่น ท้ายสูงกว่าหัวเรือ ใช้แจวหรือพาย และมีผู้อธิบายว่า ในภาษาจีน  อ่านว่า ซำปั้ง แปลตามตัวอักษรว่า ไม้กระดาน ๓ แผ่น มีความหมายเป็นเรือเล็ก ๆ ชนิดหนึ่ง

          สารานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน เล่มที่ ๒๘ ได้อธิบายรายละเอียดของเรือชนิดนี้ไว้ว่า  เรือสำปั้นของไทยเดิมสันนิษฐานว่า ได้แบบอย่างจากเรือของจีน คนไทยโดยเฉพาะในภาคกลางน่าจะมีเรือสำปั้นอย่างจีนใช้มาก่อนสมัยรัตนโกสินทร์แล้ว  ด้วยเหตุว่าในสมัยอยุธยา  ไทยมีการติดต่อค้าขายกับจีนเป็นประจำ  โดยใช้เรือสำเภาบรรทุกสินค้าและมีเรือเล็กสำหรับใช้งานไปมาระหว่างเรือสำเภากับฝั่ง  คนไทยสมัยนั้นย่อมพบเห็นและเอาอย่างเรือเล็กนั้นมาต่อเป็นเรือสำหรับใช้ในย่านน้ำตื้นและใช้ระยะใกล้ ๆ  รูปแบบของเรือมีการพัฒนามาตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย  ซึ่งพระยาสุรวงศ์มนตรี [สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยุรวงศ์ (ดิศ บุนนาค)] เป็นผู้ต้นคิดพิจารณาลักษณะของเรืออย่างจีนซึ่งไทยเอามาใช้นั้นว่า รูปร่างเทอะทะไม่คล่องแคล่ว จึงได้คิดดัดแปลงและปรับปรุงขึ้นใหม่  เรียกว่า เรือสำปั้นแปลง  เรือสำปั้นแปลงคงจะเป็นที่นิยมและยอมรับกันว่าดีกว่าเรือสำปั้นอย่างจีน  พระยาสุรวงศ์มนตรีจึงคิดต่อเรือสำปั้นให้มีขนาดใหญ่และยาวขึ้น และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ในสมัยก่อนเรือสำปั้นได้รับความนิยมอยู่ในสมัยหนึ่งในย่านที่ใช้ทางน้ำเป็นทางสัญจร  โดยเฉพาะในภาคกลาง

          ภายหลังการคมนาคมเปลี่ยนไปใช้ทางถนนเป็นทางสัญจรแทนทางน้ำ  ความต้องการใช้เรือจึงค่อย ๆ ลดลง  จนปัจจุบันภาพเรือสำปั้นไม่อาจพบเห็นได้ง่ายตามแม่น้ำลำคลองดังเช่นในอดีตที่ผ่านมาแล้ว.

        อิสริยา  เลาหตีรานนท์