เรือ

          “เรือ” เป็นยานพาหนะที่ใช้สัญจรทางน้ำของคนไทยมาแต่อดีต แม้ในปัจจุบันการใช้เรือเพื่อเป็นยานพาหนะจะลดความสำคัญลงไปเนื่องจากมียานพาหนะชนิดอื่นเข้ามาแทนที่  แต่ก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ใช้การสัญจรทางเรืออยู่  ในวันนี้จึงมาเล่าถึงเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับ “เรือ” 

          พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้อธิบายความหมายของ “เรือ” ว่า เป็นยานพาหนะที่ใช้สัญจรไปมาในนํ้า มักทําด้วยวิธีขุดไม้ทั้งต้นหรือนํากระดาน สังกะสี เหล็ก เป็นต้น มาประกอบกันเข้า; ตัวหมากรุกที่เดินตาตรงได้ตลอด; เครื่องเล่นอย่างหนึ่ง เอาไม้ไผ่มาเหลาแบน ๆ ดัดให้หัวงอน ใช้พุ่งแข่งกัน; ยศทหารเรือหรือทหารอากาศชั้นสัญญาบัตรขั้นต้น ตํ่ากว่าชั้นนาวาหรือนาวาอากาศ เช่น เรือตรี เรืออากาศเอก  และในที่นี้จะขอเล่าถึง “เรือ” ที่หมายถึงยานพาหนะ  เรือมีหลายประเภท  เช่น เรือกระแชง หมายถึง เรือบรรทุกชนิดหนึ่ง เล็กกว่าเรือเอี้ยมจุ๊น ท้องเรือกลมป้อม ใช้กระแชงทำเป็นประทุน เรือโกลน หมายถึง เรือที่ทำจากซุง เพียงเปิดปีกเจียนหัวเจียนท้ายเป็นเลา ๆ พอให้มีลักษณะคล้ายเรือแต่ยังไม่ได้ขุด  เรือเข็ม หมายถึง เรือต่อขนาดเล็ก รูปร่างยาวเพรียว หัวท้ายแหลม แล่นเร็ว  กินน้ำตื้น พายมีลักษณะพิเศษที่มีใบพาย ๒ ข้าง มีด้ามอยู่ตรงกลาง  ใช้พายระยะใกล้ ๆ  เรือคู่ชัก หมายถึง เรือรูปสัตว์คู่หนึ่งซึ่งทำหน้าที่ชักลากเรือพระที่นั่งเมื่อแล่นทวนน้ำ หรือเมื่อไม่ประสงค์ให้เรือพระที่นั่งไหวขณะที่ทรงบรรทม 

          นอกจากนี้ ยังมีสำนวนเกี่ยวกับ “เรือ” ที่น่าสนใจ เช่น สำนวนว่า เรือล่มในหนอง ทองจะไปไหน หมายถึง คนในเครือญาติแต่งงานกัน  ทําให้ทรัพย์มรดกไม่ตกไปอยู่กับผู้อื่น  เรือล่มเมื่อจอด ตาบอดเมื่อแก่ หมายถึง คนที่ทําตนเป็นคนดีมาตลอด  แต่มาเสียคนเมื่อแก่  หรือหมายถึง มีอุปสรรคเมื่อใกล้จะสําเร็จ  เรือใหญ่คับคลอง หมายถึง คนที่เคยรุ่งเรืองหรือเป็นใหญ่เป็นโต เมื่อตกตํ่าลงก็วางตัวอย่างคนสามัญไม่ได้  เหยียบเรือสองแคม หมายถึง ทําทีเข้าด้วยทั้ง ๒ ฝ่าย.

         อิสริยา เลาหตีรานนท์