เรื่องของม้า (๑) ปี ๒๕๕๗ นี้ เป็นปีมะเมียซึ่งเป็นปีที่ ๗ ของรอบปีนักษัตร มีม้าเป็นเครื่องหมาย ม้าเป็นสัตว์ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคนมาแต่โบราณแล้ว อาจเนื่องมาจากม้าเป็นสัตว์พาหนะที่จำเป็นทั้งในยามปรกติและในยามศึกสงคราม ความสำคัญของม้าและความสัมพันธ์ของคนกับม้ามีกล่าวถึงมาตลอด โดยเฉพาะในทางภาษาและวรรณกรรม เช่น ม้าสีหมอกของขุนแผนในเรื่อง ขุนช้าง ขุนแผน ม้านิลมังกรของสุดสาครในเรื่อง พระอภัยมณี ซึ่งถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นม้าทั้งตัว แต่ก็ได้ชื่อว่า “ม้า“ในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ มีศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับม้าเก็บไว้จำนวนไม่น้อย ศัพท์หลายคำมีที่มาจากลักษณะ อาการ และของใช้ของม้า เช่น ผมม้า เป็นทรงผมผู้หญิงที่หวีส่วนหนึ่งลงมาปรกหน้าผากราวระดับคิ้ว เกือกม้า เป็นเหล็กรูปโค้งสำหรับรองกีบม้า ควบม้า เป็นอาการที่คนขี่หลังม้ากระตุ้นให้ม้าวิ่งไปอย่างเร็ว แส้ม้า เป็นชื่ออุปกรณ์สำหรับตีม้า ทำด้วยหวายหรือหนังสัตว์ถักหรือฟั่นเป็นเกลียว ยาวอย่างไม้เรียว แส้ม้า ถ้าเป็นภาษาถิ่นปักษ์ใต้ แปลว่า ผมแผงคอม้า อานม้า หมายถึง เครื่องรองนั่งบนหลังม้า แรงม้า เป็นหน่วยวัดกำลังหรืออัตราการทำงานโดยกำหนดว่า ๑ แรงม้า คือ อัตราของการทำงานได้ ๕๕๐ ฟุตปอนด์ต่อวินาที ๑ แรงม้า มีค่าเท่ากับ ๗๔๕.๗ วัตต์ แรงม้า เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า กำลังม้า แรงม้า หรือ กำลังม้า ตรงกับภาษาอังกฤษว่า horse power ปีม้าม้าพาให้เบิกบาน เป็นข้อความในของขวัญปีใหม่ชิ้นหนึ่ง ซึ่งอาจตีความได้ว่าน่าจะเป็นม้าในทางดนตรีไทยที่ช่วยทำให้เบิกบานสราญใจ พจนานุกรมฯ เก็บศัพท์ที่เป็นชื่อเพลงไทยและท่ารำไว้หลายคำ เช่น ขี่ม้าตีคลี ขี่ม้าเลียบค่าย เป็นชี่อท่ารำ ม้ารำ ม้าสะบัดกีบ และม้าย่อง เป็นชื่อเพลงไทยประเภทเพลงโหมโรง จัดเข้าชุดเป็นเพลงชุดม้า นอกจากนี้ ยังมีการเล่นของเด็กอย่างหนึ่งที่ชื่อว่า ขี่ม้าส่งเมือง โดยฝ่ายแพ้ต้องให้ฝ่ายชนะขี่หลังไปส่งถึงฝ่ายชนะ เด็กส่วนมากน่าจะเคยเล่นขี่ม้าส่งเมืองอย่างสนุกสนาน แสงจันทร์ แสนสุภา |

