เรื่องแมวๆ

          เมื่อพูดถึงบทดอกสร้อยเกี่ยวกับแมวที่หลายคนเคยท่องจำสมัยเป็นนักเรียน คำที่เป็นประเด็นถกเถียงกันคือ แมวมีรูปร่างประเปรียว หรือ ปราดเปรียว วิธีการค้นหาคำตอบวิธีแรก คือ ตรวจสอบความหมายจากพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ได้ความว่า ประเปรียว เป็นคำวิเศษณ์ หมายความว่า มีรูปร่างหรือท่าทางปราดเปรียว หรือมีลักษณะแคล่วคล่องว่องไว ส่วน ปราดเปรียว เป็นคำวิเศษณ์เช่นเดียวกัน แปลว่า ว่องไว แคล่วคล่อง วิธีถัดไป คือ ตรวจสอบจากต้นฉบับของผู้แต่ง ดอกสร้อยบทนี้แต่งโดย นายทัด เปรียญ มีบาทแรกว่า แมวเอ๋ยแมวเหมียว รูปร่างประเปรียวเป็นหนักหนา… สรุปได้ว่า แมวตัวนี้มีรูปร่างประเปรียวจึงจะถูกต้องตามความหมายของคำและเจตนารมณ์ของผู้แต่ง

          เนื่องจากแมวเป็นสัตว์ที่ใกล้ชิดกับคนมาก จึงมีคำพูดเปรียบเทียบหรือสำนวนหลายสำนวนที่เกี่ยวกับแมวใช้อยู่ในภาษา เช่น ฝากปลาไว้กับแมว ซื่อเหมือนแมวนอนหวด ที่เท่าแมวดิ้นตาย ปิ้งปลาประชดแมว ใช้แมวไปขอไฟ ใช้แมวเฝ้าปลาย่าง นอกจากนี้ ยังมีสิ่งต่าง ๆ ที่ใช้ส่วนของร่างกายแมวมาเป็นชื่อเรียก เช่น ขนแมว ตาแมว หนวดแมว ตีนแมว นมแมว ลักษณะของแมวก็นำไปใช้เป็นสำนวนด้วยเช่นกัน เช่น มอมเป็นแมว หน้ามอมเป็นแมวคราว กินเป็นแมวดม สำนวนที่ไม่มีเก็บไว้ในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ แต่มีอธิบายไว้ในหนังสือ รู้ รัก ภาษาไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน เช่น สำนวน มอมเป็นแมว สาเหตุที่เปรียบความขะมุกขะมอมและสกปรกเหมือนแมว ก็เพราะแมวเป็นสัตว์ที่ชอบอยู่ในที่อบอุ่น ในสมัยก่อนแมวมักจะอยู่ในครัว นอนในเตาไฟที่ดับแล้วจึงคลุกกับขี้เถ้า บางครั้งก็นอนในกองถ่านป่น ๆ และแมวไม่ชอบน้ำ ไม่ชอบอาบน้ำ คนจึงเห็นว่าแมวขะมุกขะมอม หน้ามอมเป็นแมวคราว แมวคราวเป็นแมวตัวผู้ที่มีขนาดใหญ่ ท่าทางดุร้ายและไม่ขี้ประจบเหมือนแมวอื่น ๆ หน้ามอมเป็นแมวคราว จึงเป็นการเปรียบเปรยว่า หน้าตามอมแมมสกปรกแล้วยังดุน่ากลัวอีกด้วย กินเป็นแมวดม หมายความว่า กินน้อย ใช้แมวเฝ้าปลาย่าง หมายความว่า ให้หญิงชายที่มีแนวโน้มจะชอบพอกันอยู่ใกล้กันก็อาจจะทำให้เกิดเรื่องไม่ดีไม่งามขึ้นมาได้

แสงจันทร์ แสนสุภา