เรื้อ-เรื้อรัง

          ช่วงนี้ใคร ๆ ก็กำลังเตรียมตัวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน จึงมีการตื่นตัวเรื่องฝึกฝนภาษาอังกฤษกันยกใหญ่ เนื่องจากภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางที่ใช้ติดต่อสื่อสารกันในกลุ่มประเทศอาเซียน คนที่ไม่ค่อยได้ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันหรือเรื้อไปนานก็คงจะต้องฝึกฝนหนักกว่าคนอื่น ลองถามเด็กรุ่นใหม่ ๆ หลายคนเกี่ยวกับคำว่า เรื้อ ก็ได้รับคำตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่เคยได้ยิน รู้จักแต่คำว่า เรื้อรัง

          พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ อธิบายว่า เรื้อ ถ้าเป็นคำกริยา หมายความว่า ขาดการฝึกฝนเสียนาน หรือห่างไปนาน เช่น นักร้องเรื้อเวที นักมวยเรื้อสังเวียน ถ้าเป็นคำนาม เรื้อ ใช้เรียกข้าวเปลือกที่ตกอยู่แล้วงอกขึ้นจนออกรวงอีกว่า ข้าวเรื้อ บางทีก็เรียกว่าข้าวเรื้อร้าง นอกจากนี้ เรื้อ ยังใช้เรียกพืชผลบางชนิดที่ตกอยู่แล้วงอกขึ้นใหม่ทำนองเดียวกับข้าวเปลือก เช่น แตงโมเรื้อ ส่วนคำว่า เรื้อรัง พจนานุกรมฯ ให้ความหมายว่า ยืดเยื้อ นานหาย เรื้อรัง เป็นคำที่ใช้แก่โรค เช่น วัณโรคเรื้อรัง แผลเรื้อรัง แต่ปัจจุบัน คำว่า เรื้อรัง น่าจะใช้ได้กว้างขึ้น เช่น ปัญหานี้เรื้อรังมานาน รู้ รัก ภาษาไทย เล่ม ๓ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน อธิบายเกี่ยวกับโรคเรื้อรังไว้อย่างชัดเจนว่า หมายถึง โรคที่เป็นอยู่ยาวนาน หายช้า หายยาก หรือรักษาไม่หายขาด อาจแบ่งออกได้เป็น ๓ ประเภท คือ ประเภทที่ ๑ คือโรคที่ดำเนินไปอย่างช้า ๆ มีทางบำบัดรักษาให้หายได้ แต่ต้องใช้เวลานานหลายเดือนหรือเป็นปี เช่น วัณโรค โรคเรื้อน โรคเท้าช้าง ประเภทที่ ๒ คือโรคที่ดำเนินไปอย่างช้า ๆ ชนิดที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การรักษาแบบประคับประคองก็สามารถทำให้อาการของโรคทุเลา เช่น โรคเบาหวาน โรคสะเก็ดเงิน ประเภทที่ ๓ คือโรคที่กลายหรือสืบเนื่องมาจากโรคเฉียบพลันที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เช่น โรคอัมพฤกษ์ที่เกิดจากอุบัติเหตุ เมื่อไขสันหลังถูกกดทับแต่ไม่ถึงกับฉีกขาด หากรักษาทันท่วงทีก็หายได้ ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องก็จะกลายเป็นโรคอัมพฤกษ์ตลอดไป

แสงจันทร์ แสนสุภา