เล่น
เล่น เดิมหมายถึง แสดงมหรสพหรือกีฬาเพื่อความสนุกสนานรื่นเริง ปรากฏมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ดังข้อความในศิลาจารึกหลักที่ ๑ ของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชว่า “ใครจักมักเล่น เล่น ใครจักมักหัว หัว…” ในวรรณคดีไทยกล่าวถึงการเล่นต่าง ๆ ไว้ เช่น พระราชนิพนธ์เรื่องอิเหนาว่า
“บัดนั้น พนักงานการเล่นทั้งหลาย
ครั้นรุ่งก็รีบแต่งกาย อสุรนายวานรมนุษย์นาง”
ในจารึกเรื่องทรงสร้างวัดพระเชตุพนสมัยรัชกาลที่ ๑ มีจารึกการเล่นในงานฉลองวัดพระเชตุพนที่มุขหลังพระวิหารทิศที่ประดิษฐานพระโลกนาถว่า “มีโขนอุโมงค์โรงใหญ่ หุ่นละคร มอญรำ ระบำ มงครุ่ม คุลาตีไม้ ปรบไก่ งิ้วจีน ญวนหกขะเมน ไต่ลวด ลอดบ่วง รำแพน นอนหอกดาบ โตฬ่อแก้ว แลมวย” ปัจจุบันการเล่นบางอย่างยังคงเป็นที่นิยม เช่น โขน ละคร มวย แต่บางอย่างหาดูได้ยากนอกจากในเทศกาลพิเศษต่าง ๆ เช่น ในงานฉลองจารึกวัดโพธิ์ มรดกความทรงจำแห่งโลก เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๔
ที่มา : บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

