เสาหานหรือหาร

          ผู้ที่สนใจงานสถาปัตยกรรมไทยคงเคยได้ยินชื่อ เสาหาน และ เสาหาร  แต่อาจไม่ทราบว่าทำไมเสานี้จึงสะกดไม่เหมือนกัน เพราะมีทั้งสะกดด้วย ร และ น  จึงขอนำความรู้จากพจนานุกรมศัพท์ศิลปกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน มานำเสนอให้ทราบดังนี้

          เสาหาน คือเสาลอยที่หน้ามุขของอุโบสถหรือวิหารชนิดจั่วเปิด  โดยมากมีจำนวน ๔ ต้น โดยเสา ๒ ต้นที่อยู่ข้างในรับหลังคาจั่วหรือหลังคาตับที่ ๑ ส่วนเสา ๒ ต้นนอกรับหลังคาปีกนกหรือหลังคาตับที่ ๒  เสาหานมีทั้งเสาสี่เหลี่ยม เสาสี่เหลี่ยมย่อมุม เสาแปดเหลี่ยม และเสากลม  ปลายเสาที่รับขื่อมักมีบัวหัวเสา โคนเสาจะมีพนักทึบหรือโปร่งเพื่อเป็นขอบเขต นั่งพิง หรือกันตก

          พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง แต่เดิมเคยมีเสาหาน ซึ่งมีลักษณะเป็นเสาลอยสี่เหลี่ยมย่อมุมหรือย่อไม้ ตั้งอยู่กลางมุขทั้ง ๔ ด้าน  ครั้งเมื่อตั้งพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พระที่นั่งองค์นี้ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเห็นว่า เสาหานนี้บดบังและกีดขวางพระบรมศพ จึงโปรดเกล้า ฯ ให้ แอร์โกเลมันเฟรดี (Ercole Manfredi ซึ่งมีชื่อไทยว่า นายเอกสิทธิ์  หมั่นเฟ้นดี) ช่างชาวอิตาลีตัดเสาหานทั้ง ๔ ต้นนั้นออก

          ส่วน เสาหาร คือเสาต้นเล็ก ๆ ที่อยู่โดยรอบคอฐานยอดหรือก้านฉัตรของเจดีย์ทรงกลม  มักมีจำนวน ๘ ต้น โคนเสาตั้งอยู่บนพื้นของบัลลังก์ ปลายเสารองรับหน้ากระดานใต้บัวฝาละมี  เสาหารที่อยู่ในตำแหน่งดังกล่าวคล้ายทำหน้าที่รองรับส่วนยอดของเจดีย์ นิยมทำกันมาตั้งแต่สมัยอยุธยา  ส่วนเจดีย์ทรงกลมของสถาปัตยกรรมสมัยสุโขทัยไม่นิยมทำเสาหารประดับเหนือบัลลังก์ จะมีเพียงคอฐานยอดหรือก้านฉัตรรับส่วนยอดของเจดีย์เท่านั้น.

          จากข้อมูลนี้ หากท่านได้พบเห็นเสาอยู่ในตำแหน่งดังกล่าว คงจะนึกออกว่าเสานั้นที่เห็นเป็น เสาหาน หรือ เสาหาร  และหากสนใจว่าจั่วเปิดเป็นอย่างไร ขอให้ติดตามอ่านกันในตอนต่อไป

   พัชนะ  บุญประดิษฐ์