| เสียรังวัด
คำว่า เสียรังวัด ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ หมายถึง พลอยได้รับผิดด้วยในเหตุที่เกิดขึ้น พลอยเสียหายไปด้วย ส่วนคำเสียรังวัดมีที่มาอย่างไรนั้น นายกฤษฎา บุณยสมิต ประธานคณะกรรมการชำระและศึกษากฎหมายไทยโบราณ ราชบัณฑิตยสถาน อธิบายไว้ว่า ในกฎหมายตราสามดวง พระไอยการลักษณะโจร และพระราชกำหนดเก่า ซึ่งเป็นกฎหมายเก่าที่ใช้กันมาตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงสมัยรัชกาลที่ ๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ถือว่าคนในสังคมทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการป้องกันมิให้เกิดเหตุร้ายต่าง ๆ ขึ้นในชุมชนของตน เช่น โจรปล้น ฆ่าคนตาย และต้องช่วยเหลือเจ้าหน้าที่บ้านเมืองในการจับกุมผู้กระทำความผิด เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง โดยกฎหมายได้กำหนดระยะทางจากจุดที่เกิดเหตุเป็นศูนย์กลางแล้ววัดระยะออกไปโดยรอบ บริเวณที่อยู่ในระยะทางที่กำหนดถือเป็นเขตรังวัด มีระยะทาง ๓ เส้น ๑๕ วา (ประมาณ ๑๕๐ เมตร) ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๓ มีการขยายระยะทางออกไปเป็น ๕ เส้น (ประมาณ ๒๐๐ เมตร) ซึ่งเรียกกันว่า กฎหมายโจร ๕ เส้น บุคคลที่อยู่ในเขตรังวัดถือว่ามีภาระหน้าที่ตามกฎหมายในการร่วมรู้เห็นตลอดจนช่วยเหลือผู้เสียหายและจับกุมผู้กระทำความผิดในเหตุร้ายต่าง ๆ หากต้องให้การเป็นพยานก็เรียกว่า พยานรังวัด และต้องช่วยจับกุมคนร้ายด้วย ดังนั้น เมื่อเกิดเหตุร้ายขึ้นแล้วผู้ที่อยู่ในเขตรังวัดแต่อ้างว่าไม่รู้เห็นเหตุการณ์ก็ให้คาดโทษไว้ และการไม่ช่วยจับกุมคนร้ายก็ต้องเสียค่าปรับตามจำนวนและระยะทางที่กฎหมายกำหนด จึงเกิดสำนวนเปรียบเทียบว่า เสียรังวัด เมื่อต้องเสียหายในเรื่องที่เกิดขึ้นโดยตนมิได้ก่อหรือเกี่ยวข้องด้วย หลักการที่กำหนดให้ทุกคนในสังคมมีส่วนร่วมกันในการป้องกันและช่วยเหลือกันในกรณีที่เกิดเหตุร้ายต่าง ๆ ไม่มีกำหนดไว้อย่างชัดเจนในกฎหมายอีกแล้ว นับแต่มีการปฏิรูปกฎหมายและการศาลครั้งใหญ่เพื่อให้ทันสมัยและเป็นไปตามแบบแผนกฎหมายของชาติตะวันตกในสมัยรัชกาลที่ ๕. ปิยรัตน์ อินทร์อ่อน |

