เสี่ยง “รู้ว่าเสี่ยงแต่ยังต้องขอลอง” ทำไมถึงเกิดคำพูดอย่างนี้ ก็เพราะว่าเรื่องบางเรื่องแม้จะรู้ว่าเสี่ยงแต่ก็ยังมีคนที่อยากจะเสี่ยง เพราะคิดว่าสิ่งที่จะได้กลับมานั้นคุ้มกับความเสี่ยงที่ต้องเผชิญ ในสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ก็มีการวิเคราะห์พฤติกรรมของคนเกี่ยวกับความเสี่ยง ว่าแบ่งเป็นประเภทใดบ้าง ซึ่งตามพจนานุกรมศัพท์เศรษฐศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน อธิบายว่ามี ๓ ประเภท คือ การไม่ชอบความเสี่ยง (risk aversion) การชอบความเสี่ยง (risk loving) และความเป็นกลางต่อความเสี่ยง (risk neutral) ส่วนจะวิเคราะห์จากอะไรนั้นต้องติดตามจากหนังสือนะคะ แต่ “เสี่ยง” ที่เราเข้าใจกันอยู่นี้ จะมีความหมายอื่น ๆ อีกหรือไม่ ก็ต้องพึ่ง พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน กันแล้วค่ะ พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ เก็บคำว่าเสี่ยง ไว้ ๔ ความหมาย คือ ๑. เป็นคำนาม หมายถึง เสี่ยง ส่วนย่อยที่แตกออกจากส่วนใหญ่ เช่น เขาทำแจกันตกแตกเป็นหลายเสี่ยง ๒. เป็นคำกริยา หมายถึง ลองเผชิญดู ลองทำดูในสิ่งที่อาจให้ผลได้ ๒ ทาง คือ ดีหรือไม่ดี แต่หวังว่าจะได้ผลทางดี เช่น งานนี้ไม่แน่ใจว่าจะสำเร็จหรือไม่ ต้องเสี่ยงทำดู หรือเช่นที่เป็นสำนวนว่า เสี่ยงบุญเสี่ยงกรรม ก็หมายถึง ลองทำดูโดยเชื่อว่าสุดแต่บุญหรือบาปจะบันดาลให้เป็นไป เช่น ลองเสี่ยงบุญเสี่ยงกรรมขอเด็กกำพร้ามาเลี้ยงดู ถ้าเขามีบุญก็จะได้ดิบได้ดีต่อไป ๓. เป็นคำกริยา หมายถึง มีโอกาสจะได้รับทุกข์หรืออันตรายเป็นต้น เช่น พูดอย่างนี้เสี่ยงคุกเสี่ยงตะราง อย่างเช่นคำว่า เสี่ยงชีวิต หมายถึง ยอมทำสิ่งที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต เช่น ทหารเสี่ยงชีวิตเข้ากู้กับระเบิด เสี่ยงภัย หมายถึง ทำลงไปโดยไม่เกรงอันตราย เช่น ตำรวจดับเพลิงเสี่ยงภัยเข้าไปช่วยคนที่ติดอยู่ในบ้านที่ไฟกำลังไหม้ ๔. เป็นคำกริยา หมายถึง ตั้งจิตอธิษฐานใช้สิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นเครื่องเสี่ยงเพื่อทราบความเป็นไปในอนาคตของตนหรือผู้อื่น ถ้าใช้เทียนเสี่ยง เรียกว่า เสี่ยงเทียน ถ้าใช้ดอกบัวเสี่ยง เรียกว่า เสี่ยงดอกบัว โดยปริยายหมายถึงอาการที่คล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น เสี่ยงบุญ เสี่ยงบารมี เสี่ยงโชค เสี่ยงวาสนา หรือที่ใช้กันว่า เสี่ยงทาย ก็หมายถึง หาคำทำนายโชคชะตาของตนจากสลากหรือใบเซียมซีโดยการสั่นติ้วหรือโยนไม้เสี่ยงทายเป็นต้น. จินดารัตน์ โพธิ์นอก |

