แช่งน้ำ วันนี้ผู้เขียนมิได้จะมาคิด “แช่ง” ใคร แต่จะมาเล่าถึงคำว่า “แช่งน้ำ” คำนี้อาจไม่คุ้นหูสำหรับบางคน และอีกหลายคนคงลืมเลือนไปบ้าง เพราะประเพณีนี้ได้ยกเลิกไปแล้ว สารานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน เล่มที่ ๑๑ ได้อธิบายถึง “แช่งน้ำ” สรุปความสำคัญได้ว่า “แช่งน้ำ” เป็นพิธีทำให้น้ำศักดิ์สิทธิ์ในการถือน้ำ ประเพณีการถือน้ำ เรียกชื่อเต็มในทางราชการว่า “พระราชพิธีศรีสัจปานกาล” เรียกกันเป็นสามัญว่า “ถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา” หรือเรียกสั้น ๆ ว่า “ถือน้ำ” พระราชพิธีนี้เป็นพระราชพิธีเกี่ยวด้วยเรื่องดื่มน้ำสาบานถวายพระเจ้าแผ่นดินหน้าพระที่นั่ง เพื่อแสดงความจงรักภักดี ส่วนคำว่า “สาบาน” คือ แช่งตนเองตามพิธีที่มีกำหนดไว้ โดยอ้างสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ลงโทษ เมื่อไม่เป็นไปอย่างพูด อันเป็นพิธีมาแต่โบราณสืบต่อกันมาเป็นปรัมปรา เพราะฉะนั้นจึงจัดได้ว่า การถือน้ำเป็นประเพณีปรัมปราอย่างหนึ่งของไทย ซึ่งเป็นพระราชพิธีใหญ่สำหรับแผ่นดินสืบมาแต่โบราณ พิธีสาบานตนเป็นเรื่องมีมาแล้วแต่สมัยดึกดำบรรพ์ ชนชาติต่าง ๆ อาศัยพิธีสาบานตนเพื่อเป็นเครื่องผูกพันและควบคุมกันไว้เป็นหมู่เหล่า เพราะในพิธีย่อมอ้างเอาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีอำนาจลึกลับเป็นสิ่งช่วยดลบันดาลให้เกิดการดีหรือการร้ายขึ้นได้แก่ผู้สาบานตน ด้วยเหตุนี้พิธีสาบานตนจึงพัวพันอยู่กับเรื่องลัทธิ ศาสนา และจารีตประเพณีตั้งแต่เมื่อครั้งยังไม่มีกฎหมายตราไว้เป็นแบบแผน แต่เมื่อมีความเจริญทางวัฒนธรรมมากขึ้นเรื่องพิธีสาบานตนก็ยังมีอยู่ จะเปลี่ยนแปลงไปบ้างก็ที่คำพูดและพิธีการบางอย่างเท่านั้น ประเพณีนี้เดิมกำหนดให้มีปีละ ๒ ครั้ง ในเดือน ๕ ขึ้น ๓ ค่ำครั้งหนึ่ง เดือน ๑๐ แรม ๑๓ ค่ำอีกครั้งหนึ่ง เป็นพิธีระงับยุคเข็ญของบ้านเมือง แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองบ้านเมืองเป็นระบอบประชาธิปไตย ประเพณีนี้จึงได้ยกเลิกนับแต่นั้นมา. อิสริยา เลาหตีรานนท์ |

