แยม กับ แจม

          หลายคนคงเคยเห็นภาพยนตร์โฆษณาขนมสอดไส้ยี่ห้อหนึ่ง ที่มีผู้ชายกับผู้หญิงเถียงกันว่าสอดไส้ด้วยอะไรระหว่าง แยม กับ แจม  ผู้ชายหน้าตาดูคล้ายชาวต่างชาติบอกว่าต้องเรียกว่า แจม ส่วนผู้หญิงดูเหมือนค่อนข้างมีอายุก็เถียงว่าต้องเป็น แยม  เถียงกันไปเถียงกันมา สรุปได้ว่าคือขนมอย่างเดียวกันที่มีไส้เป็นผลไม้กวนอย่างที่เรานำมาทาขนมปังและเรียกกันมานานว่า แยม  คำนี้มีปรากฏในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถานแล้ว  แต่ที่ชายคนนั้นออกเสียงก็น่าจะถูก เพราะแยมที่เรารับประทานกันก็มาจากคำว่า jam ซึ่งหากออกเสียงตามภาษาอังกฤษก็น่าจะใกล้เคียงกับแจม  คำที่สะกดด้วย j-a-m มีหลายความหมาย อย่างที่ได้ยินกันบ่อย ๆ ก็เช่นคำว่า traffic jam เราก็มักพูดกันว่า แทร้บ-ฝิก-แจม  ไม่เคยได้ยินใครพูดว่า แทร้บ-ฝิก-แยม ทั้ง ๆ ที่มาจากคำภาษาอังกฤษที่เขียนเหมือนกันและออกเสียงเหมือนกัน  อาจเป็นเพราะในสมัยแรก ๆ ที่ไทยเพิ่งรับคำต่างประเทศเข้ามา คนไทยได้ยินเสียงใกล้เคียงกับเสียงไทยอย่างไรก็เขียนหรือออกเสียงตาม ๆ กันมาอย่างนั้น  ถ้าสังเกตกันจริง ๆ แล้ว มีอยู่อีกหลายคำที่สะกดด้วย j และออกเสียงเป็น ย เช่นคำว่า เยลลี ที่มาจาก jelly หรือคำว่า ยีน ซึ่งเป็นกางเกง ก็มาจากคำว่า jean  ชื่อคนสมัยก่อนก็เช่นเดียวกัน  สะกดด้วย j แต่ก็ออกเสียงและเขียนด้วยตัวอักษร ย มาจนทุกวันนี้ เช่น ชื่อโรงเรียนโยนออฟอาร์ค คำว่า โยน มาจากชื่อของนักบุญคนหนึ่งคือ Joan หรือชื่อ Josep ก็เขียนเป็น ยอเซฟ บ้าง โยเซฟ บ้าง  แต่บางคำเราใช้กันมานานแล้ว อย่างเช่นคำว่า กางเกงยีน เราก็คงไม่เปลี่ยนไปเรียกว่า กางเกงจีน เพราะอาจจะทำให้ผู้ฟังเข้าใจไขว้เขวไปได้.

         ทิพาภรณ์  ธารีเกษ