โชติมาตร

          พจนานุกรมศัพท์ดาราศาสตร์ ของสมาคมดาราศาสตร์ไทยบัญญัติคำ magnitude ว่า อันดับความสว่าง หรือ โชติมาตร 

          คำ โชติมาตร อ่านว่า โช–ติ–มาด เป็นคำสมาส คือ การเอาคำ โชติ โชติ–  ที่แปลว่า ความรุ่งเรือง ความโพลง ความสว่างมาต่อกับคำมาตร ที่แปลว่า เครื่องสำหรับวัดขนาด จำนวน เวลา  ตามหลักที่ได้มาจากไวยากรณ์บาลีและสันสกฤต

          ในทางดาราศาสตร์ โชติมาตร เป็นการบอกความสว่างของเทห์ฟ้าด้วยการเปรียบเทียบ ตัวเลขยิ่งน้อยยิ่งสว่างมาก โชติมาตรปรากฏ (apparent magnitude)  คือการบอกความสว่างของเทห์ฟ้าเมื่อมองจากโลก เป็นความสว่างตามที่มองเห็นหรือตรวจวัดได้ขึ้นกับการส่องสว่าง  ฮิปปาร์คัส นักดาราศาสตร์ชาวกรีกเป็นผู้กำหนดการแบ่งระดับความสว่างของดาวฤกษ์ โดยกำหนดว่าดาวฤกษ์ที่มองเห็นสว่างมากที่สุดมี ความสว่างเป็นโชติมาตร ๑ ส่วนดาวฤกษ์ที่ริบหรี่ที่สุดที่เห็นได้ด้วยตาเปล่าในคืนที่ฟ้ามืดสนิทมีโชติมาตร ๖ ดาวฤกษ์ดวงอื่น ๆ ก็มีความสว่างโชติมาตร ๒ ๓ ๔ และ ๕ หลักการแบ่งความสว่างของดาวโดยฮิปปาคัสใช้เป็นมาตรฐานต่อกันมาถึงกลางศตวรรษที่ ๑๙ ต่อมา ค.ศ. ๑๘๕๖ พอคสัน นักดาราศาสตร์ชาวอังกฤษได้กำหนดให้ดาวโชติมาตร ๑ มีความสว่างเป็น ๑๐๐ เท่าของดาวโชติมาตร ๖ ดาวที่มีความสว่างต่างกันอยู่ ๕ โชติมาตรเทียบได้กับอัตราส่วนความสว่าง ๑๐๐ : ๑ ระยะแรกเริ่ม โชติมาตรปรากฏวัดด้วยตา ด้วยการสังเกตดูเรียกว่า โชติมาตรการมอง ปัจจุบันจะใช้เครื่องมือวัดเปรียบเทียบความสว่าง วัดได้ละเอียดถูกต้องมากด้วยเครื่องวัดแสง

          อย่างไรก็ตาม โชติมาตรปรากฏไม่ใช่ตัวชี้บอกการส่องสว่างของเทห์ฟ้าโดยตรงเพราะเทห์ฟ้าที่อยู่ไกลมากมีกำลังส่องสว่างมากอาจมีโชติมาตรปรากฏใกล้เคียงกับเทห์ฟ้าที่อยู่ใกล้กว่าแต่มีกำลังส่องสว่างน้อยกว่า กำลังส่องสว่างของดาวกำหนดในรูปของ โชติมาตรสัมบูรณ์ คือโชติมาตรปรากฏของดาวหรือเทห์ฟ้านั้นเมื่ออยู่ห่างจากโลก ๓๒.๖ ปีแสง.

รัตติกาล  ศรีอำไพ