โถง โถงเป็นลักษณะของอาคารประเภทหนึ่ง พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้นิยามว่า โถง เป็นคำวิเศษณ์ หมายถึง ที่เปิดโล่งแต่ส่วนใดส่วนหนึ่ง เช่น รถโถง คือรถที่เปิดหลังคาได้ เรือโถง คือเรือที่ปรกติมีประทุน แต่เปิดประทุนออก และยังเรียกห้องขนาดใหญ่ที่ปล่อยไว้โล่ง ๆ ว่า ห้องโถง ส่วน พจนานุกรมศัพท์ศิลปกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ให้ความหมายของโถงไว้ดังนี้ โถงเป็นอาคารที่เปิดโล่ง ๓ หรือ ๔ ด้าน หรือพื้นที่ใช้สอยบางส่วนของอาคารที่มีลักษณะโล่ง เช่น โถงทางเข้า ห้องโถง ซึ่งอาคารที่มีลักษณะเปิดโล่ง เช่น ศาลาโถง คือ ศาลาแบบต่าง ๆ ทั้งที่ยกพื้นสูงและไม่สูง มีทั้งเปิดโล่งทั้งหลังหรือมีฝากั้นเป็นบางด้าน แบ่งพื้นที่ใช้สอยเป็นสัดส่วน มีบันไดขึ้นลง ศาลาโถงนี้นิยมสร้างตามวัด วัง หรือริมทาง มีชื่อเรียกตามสถานที่ที่สร้าง ลักษณะการปลูกสร้าง และประโยชน์ใช้สอย เช่น ศาลาการเปรียญ ศาลาท่าน้ำ ศาลารายที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โบสถ์โถง คือ โบสถ์ที่ไม่มีฝากั้น หรืออาจมีฝาบางด้านแต่ไม่สูงถึงระดับขื่อ ฝาส่วนมากก่อด้วยก้อนดินดิบ ตัวโบสถ์และหลังคาเป็นแบบเรียบง่ายตามลักษณะของศิลปะพื้นบ้าน พบเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาษาถิ่นเรียกว่า สิมโถง วิหารโถง คือ วิหารที่ไม่มีฝากั้น มีทั้งขนาดใหญ่และเล็ก พบมากทางภาคเหนือ ลักษณะมีทั้งเปิดโล่งทั้ง ๔ ด้าน หรือมีฝาเฉพาะด้านหลัง ด้านข้างจะมีไม้ตั้งแต่แปหัวเสาลงมาเพียงเล็กน้อยพอให้คนเดินเข้าออกวิหารได้สะดวก ปราสาทโถง คือ ปราสาทขนาดเล็กที่เปิดโล่งทุกด้าน หลังคาจัตุรมุขซ้อนกันหลายซ้อน ซ้อนบนสุดมียอดเป็นทรงมณฑปหรือยอดอื่น ๆ เช่น พระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พระที่นั่งโถง คือ พระที่นั่งที่ไม่มีฝากั้น มีหลังคาหลายแบบ เช่น หลังคาเรียบแบบตรีมุข หลังคาทรงจั่ว พลับพลาโถง คือ ที่ประทับชั่วคราว ไม่มีฝากั้น รูปทรงเหมือนศาลาโดยทั่วไป เช่น พลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ ที่ถนนราชดำเนินกลาง กรุงเทพมหานคร พัชนะ บุญประดิษฐ์ |

