โทรเลข-โทรพิมพ์

          เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ แคทเทเลคอม (CAT Telecom) กำหนดให้เป็นวันสุดท้ายของการให้บริการโทรเลขไทย

          โทรเลข มาจากคำภาษาอังกฤษว่า telegraph ซึ่งมีรากมาจากภาษากรีก (Greek)  คือ tele  และ graphein  โดย tele แปลว่า far ตรงกับ คำ โทร- [โท-ระ] ราชบัณฑิตยสถานให้คำนิยามว่า “ว. คำนำหน้าศัพท์ แปลว่า  ไกล” ส่วน  graphien  ในภาษากรีกแปลว่า write ดังนั้น ศัพท์ telegraph จึงบัญญัติว่า โทรเลข  พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้คำนิยามของ โทรเลข ว่า  “ระบบโทรคมนาคมซึ่งใช้อุปกรณ์ทางไฟฟ้าส่งรหัสสัญญาณจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งโดยอาศัยสายตัวนำที่โยงติดต่อถึงกัน และอาศัยอำนาจแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นหลักสำคัญ”

          หลักการของโทรเลขระยะแรกใช้การกดเคาะจังหวะของเครื่องส่งให้เครื่องรับถอดเป็นรหัสบนกระดาษ โดยรหัสที่ใช้คือ รหัสมอร์ส (Morse code) ซึ่งต้องมีการแปลเป็นตัวอักษรข้อความที่อ่านได้อีกทีโดยผู้ที่มีความรู้ในรหัสดังกล่าว จึงเกิดเครื่องโทรพิมพ์ (teletype) ขึ้น ซึ่งราชบัณฑิตยสถานให้คำนิยามว่า “ระบบโทรคมนาคมที่ใช้เครื่องรับส่งสัญญาณโทรเลข ประกอบด้วยแป้นพิมพ์และแคร่พิมพ์ ลักษณะคล้ายเครื่องพิมพ์ดีด สามารถรับส่งสัญญาณโทรเลขเพื่อพิมพ์เป็นตัวอักษรบนกระดาษพิมพ์ และส่งตัวอักษรที่พิมพ์เป็นสัญญาณโทรเลขผ่านวงจรโทรเลขที่ต่ออยู่กับเครื่องโทรพิมพ์นั้นได้”

          เริ่มแรกประเทศไทยใช้เครื่องโทรพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ ต่อมาใน พ.ศ. ๒๔๙๖ ดร. สมาน บุญยรัตพันธุ์ ค้นคิดประดิษฐ์เครื่องโทรพิมพ์ภาษาไทยได้สำเร็จ หลังจากนั้นยังได้ประดิษฐ์เพิ่มเติมให้ทำงานได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษในเครื่องเดียวกัน เรียกว่า “เครื่องโทรพิมพ์ไทยแบบ เอสพี (S.P.)”  ใช้งานครั้งแรก เมื่อวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๐ ถือว่าการรับส่งโทรเลขด้วยเครื่องโทรพิมพ์ระบบนี้เป็นมาตรฐานของการโทรเลขในประเทศไทย.   

รัตติกาล  ศรีอำไพ