โลกิยานุวัติ

          หลายคนคงจะเคยได้ยินคำว่า โลกาภิวัตน์ (globalization)  กันมาจนชินแล้ว ถ้าจะทบทวนความจำกัน ในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ อธิบายว่า คำดังกล่าวมาจากคำภาษาบาลีว่า โลก + อภิวตฺตน หมายถึง  การแพร่กระจายไปทั่วโลก;  การที่ประชาคมโลกไม่ว่าจะอยู่ ณ จุดใด สามารถรับรู้ สัมพันธ์ หรือรับผลกระทบจากสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วกว้างขวาง ซึ่งเนื่องมาจากการพัฒนาระบบสารสนเทศเป็นต้น  แต่คำที่เราจะคุยกันวันนี้ แม้จะออกเสียงคล้ายกัน แต่ก็มีคำอธิบายที่น่าสนใจแตกต่างกันออกไปดังนี้

          โลกิยานุวัติ เป็นศัพท์บัญญัติของคำว่า secularization  ซึ่งพจนานุกรมศัพท์สังคมวิทยา ฉบับราชบัณฑิตยสถาน อธิบายว่า หมายถึง กระบวนการที่ความเชื่อ การปฏิบัติ และสถาบันทางศาสนา ได้สูญเสียความสำคัญในสังคมอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ซึ่งวัดได้จากการมีส่วนร่วมในพิธีกรรมทางศาสนา ความยึดมั่นในหลักศาสนาแบบเดิม การสนับสนุนด้านการเงินแก่องค์กรทางศาสนา และการให้ความสำคัญแก่กิจกรรมทางศาสนาลดน้อยลง ถ้าวัดด้วยเกณฑ์ดังกล่าวข้างต้น ก็อาจนับว่าสังคมตะวันตกได้ผ่านกระบวนการโลกิยานุวัติมาแล้วในคริสต์ศตวรรษที่ ๒๐

          ทฤษฎีนี้เชื่อว่าโลกิยานุวัติเป็นลักษณะที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในขั้นตอนของการพัฒนาเป็นสังคมอุตสาหกรรมและวัฒนธรรมสมัยใหม่ และเชื่อว่าวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ได้ทำให้ความเชื่อแบบประเพณีดั้งเดิมลดน้อยลง ปัจจัยหลายอย่างได้ทำลายการผูกขาดของศาสนาลงไป เช่น วิถีชีวิตในเมืองได้ทำให้ชีวิตของคนในสังคมมีความเป็นส่วนตัวและห่างเหินกันมากขึ้น สถาบันทางศาสนาเกี่ยวข้องกับชีวิตของบุคคลและครอบครัวน้อยลง วิทยาการสมัยใหม่ทำให้คนรู้สึกว่าสามารถควบคุมสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้น ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้ความเชื่อเรื่องอิทธิพลและอำนาจของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ลดน้อยลง โลกิยานุวัติในความหมายนี้เป็นมาตรวัดของสิ่งที่มักซ์ เวเบอร์ (Max  Weber)  เรียกว่าเป็น กระบวนการใช้เหตุผลเป็นหลัก (rationalization) ในสังคม

จินดารัตน์  โพธิ์นอก