ไปรษณีย์ไทย ๑          ในยุคสมัยนี้คนรุ่นใหม่ ๆ นิยมส่งจดหมายถึงกันด้วยไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ อีเมล (e-mail) กันเป็นส่วนมาก  หากแต่ไปรษณีย์ไทยก็ยังมีความสำคัญไม่แพ้กัน  ในวันนี้จึงจะได้เล่าถึงประวัติความเป็นมาของไปรษณีย์ไทย  จากหนังสืออักขรานุกรมภูมิศาสตร์ไทย เล่ม ๑ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ได้กล่าวไว้ว่า

          ในสมัยโบราณ  การส่งจดหมายหรือหนังสือไปมาถึงกันระหว่างเมือง ส่วนมากจะเป็นหนังสือราชการที่แจ้งข่าวรายงานเหตุการณ์  หรือหนังสือสั่งการปฏิบัติราชการเท่านั้น  ซึ่งต้องอาศัยฝากไปกับคนเดินหนังสือราชการ พ่อค้า ช่วยส่งให้  ต่อมา จึงได้มีการวางระเบียบวิธีการเดินหนังสือราชการขึ้นใหม่ โดยจัดให้มีคนเดินหนังสือประจำตามหัวเมืองสำคัญ ๆ เรียกว่า “คนเร็ว”  ใน พ.ศ. ๒๔๑๘ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมหลวงภาณุพันธุวงศ์วรเดช พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงร่วมกันออกหนังสือรายวันฉบับหนึ่งให้ชื่อภาษาอังกฤษว่า “Court” และชื่อภาษาไทยว่า “ข่าวราชการ”  ซึ่งมีผู้สนใจขอรับหนังสือจำนวนมาก  โดยสมาชิกผู้รับหนังสือต้องไปรับหนังสือเองที่สำนักงาน ณ พระบรมมหาราชวัง แต่มีผู้ไม่รับหนังสือตามกำหนดจำนวนมาก  ดังนั้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่สมาชิกผู้รับหนังสือ “ข่าวราชการ” สมเด็จเจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ฯ จึงโปรดให้มีบุรุษเดินหนังสือสำหรับส่งหนังสือดังกล่าว เรียกว่า “โปสต์แมน” และโปรดให้มีตั๋ว “แสตมป์” เพื่อใช้แสดงว่าได้เสียค่าเดินหนังสือแล้ว แสตมป์ที่ใช้ในครั้งนั้นนับว่าเป็นตราไปรษณียากรที่ประเทศไทยมีใช้เป็นครั้งแรก  เพราะนอกจากจะใช้สำหรับส่งหนังสือ “ข่าวราชการ” แล้ว ยังทรงอนุญาตให้สมาชิกผู้รับหนังสือซื้อตั๋ว “แสตมป์” สำหรับปิดลงบนจดหมายของตน เมื่อต้องการส่งจดหมายและให้บุรุษเดินหนังสือช่วยเดินจดหมาย  ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๑๙ หนังสือ “ข่าวราชการ” ต้องล้มเลิกไปไม่มีการออกจำหน่าย ทำให้บริการไปรษณีย์ชนิดไม่เป็นทางการต้องล้มเลิกไปด้วย  

          ประวัติและพัฒนาการของไปรษณีย์ไทยยังไม่จบเท่านี้ ในบทความตอนหน้าผู้เขียนจะได้นำเสนอต่อไปว่าหลังจากการล้มเลิกการให้บริการไปรษณีย์ชนิดไม่เป็นทางการในครั้งนี้แล้ว การไปรษณีย์ไทยจะพัฒนาอย่างไรต่อไป.

         อิสริยา  เลาหตีรานนท์