๑๒ เดือน

          ถามใครก็คงตอบได้ ใช่ไหมคะว่า ๑ ปี มีกี่เดือน แต่ถ้าถามว่าแต่ละเดือนแปลว่าอะไรบ้างก็คงจะต้องใช้เวลาคิดสักนิด แต่ถ้าคิดไม่ออกก็ต้องใช้ พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน แล้วคุณก็จะพบคำตอบ เริ่มที่เดือนมกราคม ซึ่งเป็นเดือนแรกของปีก็แล้วกันนะคะ  (แต่อาจมีบางคนติงว่าของไทยต้องเริ่มที่เดือนเมษายน ก็ขออนุญาตเรียงตามสากลนะคะ)   มกราคม  มาจากภาษาสันสกฤตว่า มกร  (หมายถึง มังกร) + อาคม  (หมายถึง การมา การมาถึง มักใช้เป็นส่วนท้ายของสมาส)  เมื่อรวมกันเป็น มกราคม หมายถึง ชื่อเดือนที่ ๑ ตามสุริยคติ มี ๓๑ วัน  เดิมหมายถึง ชื่อเดือนที่ ๑๐ ตามสุริยคติ ซึ่งเริ่มด้วยเดือนเมษายน  กุมภาพันธ์  มาจากภาษาสันสกฤตว่า กุมฺภ (หมายถึง หม้อ) + อาพนฺธ (หมายถึง ผูก) เมื่อรวมกันเป็น กุมภาพันธ์ หมายถึง เดือนที่อาทิตย์มาสู่ราศีกุมภ์  มีนาคม มาจากภาษาสันสกฤตว่า มีน  (หมายถึง ปลา) + อาคม เมื่อรวมกันเป็น มีนาคม หมายถึง ชื่อเดือนที่ ๓ ตามสุริยคติ ซึ่งขึ้นต้นด้วยเดือนมกราคม มี ๓๑ วัน เดิมหมายถึง ชื่อเดือนที่ ๑๒ ตามสุริยคติ  เมษายน มาจากภาษาสันสกฤตว่า เมษ (หมายถึง แกะ) + อายน (หมายถึง การมาถึง มักใช้เป็นส่วนท้ายสมาส)  เมื่อรวมกันเป็น เมษายน หมายถึง ชื่อเดือนที่ ๔ ตามสุริยคติ ซึ่งตั้งต้นด้วยเดือนมกราคม มี ๓๐ วัน เดิมหมายถึง ชื่อเดือนที่ ๑ ตามสุริยคติ 

          ส่วนเดือนอื่น ๆ  ก็มีดังนี้ค่ะ พฤษภาคม  มาจากภาษาสันสกฤตว่า วฺฤษฺภ  (หมายถึง วัว)+อาคม  มิถุนายน มาจากภาษาสันสกฤตว่า มิถุน (หมายถึง คนคู่) +อายน  กรกฎาคม  มาจากภาษาสันสกฤตว่า  กรฺกฏ (หมายถึง ปู) + อาคม   สิงหาคม มาจากภาษาสันสกฤตว่า  สึห  (คำนี้ที่ ส คือ สระอิ และนิคหิต นะคะ ไม่ใช่สระอึ  คือ สิงห์ หมายถึง สัตว์ในนิยาย ถือว่ามีความดุร้ายและมีกําลังมาก ราชสีห์) + อาคม กันยายน  มาจากภาษาสันสกฤตว่า กนฺยา (หมายถึง นางงาม สาวน้อย) + อายน   ตุลาคม  มาจากจากภาษาสันสกฤตว่า ตุล (หมายถึง คันชั่ง) + อาคม  พฤศจิกายน มาจากจากภาษาสันสกฤตว่า  วฺฤศฺจิก (หมายถึง แมงป่อง) + อายน  ส่วนเดือนสุดท้าย ธันวาคม  มาจากภาษาบาลีว่า ธนุ (หมายถึง ธนู) + อาคม เมื่อรวมกันเป็น ธันวาคม ก็จะหมายถึง เดือนที่อาทิตย์มาสู่ราศีธนู.

     จินดารัตน์   โพธิ์นอก