carpe diem วารสารท่องเที่ยวฉบับหนึ่ง เขียนแนะนำร้านอาหารและโรงแรมระดับห้าดาวบนเกาะที่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินิยมไปท่องเที่ยวกัน มีร้านอาหารร้านหนึ่งชื่อว่า CARPEDIEM ใครที่รู้ความหมายของคำนี้ ก็คงจะเข้าใจดีถึงเจตนาของผู้ที่ตั้งชื่อร้าน คำว่า carpe diem คณะกรรมการจัดทำพจนานุกรมศัพท์วรรณกรรม แห่งราชบัณฑิตยสถานบัญญัติศัพท์ไว้ ๒ คำ คือ ยึดปัจจุบันและทินธร ยึดปัจจุบัน เป็นคำภาษาไทย ส่วน ทินธร เป็นคำที่ผูกขึ้นจากภาษาบาลี-สันสกฤต ทิน [ทินนะ-] แปลว่า วัน กับคำว่า ธร [ทอน] แปลว่า การยึดไว้ การถือไว้ คำว่า ทินธร นี้ มีความหมายตรงกับความหมายในภาษาละตินของ carpe diem ว่า seize the day carpe diem เป็นแนวความคิดในบทกวีที่เน้นว่าควรใช้ชีวิตปัจจุบันให้เต็มที่ ไม่ควรให้เวลาสูญเปล่าไปเสีย ฮอเรซ (Horace) กวีโรมัน เป็นผู้ใช้วลีนี้ มีความหมายว่า “จงคว้าวันนี้ไว้ เชื่ออนาคตให้น้อยเท่าที่จะน้อยได้” (“seize today; trust as little as possible to the future”) สำหรับผู้ที่คาดหวังว่าจะมีชีวิตใหม่หลังจากตายไปแล้ว สำนวนนี้ได้กลายเป็นต้นกำเนิดของความคิดที่นอกจากจะมีความสำคัญแล้ว ยังมีความคมคายและเกี่ยวข้องกับความรักด้วย คือกล่าวว่า “กิน ดื่ม และรื่นรมย์ เพราะพรุ่งนี้เราตาย” (“eat drink and be merry for tomorrow we die”) แนวความคิดดังกล่าวเป็นเรื่องธรรมดาสามัญในสมัยคลาสสิกของโรมัน และสมัยกลาง ส่วนในกวีนิพนธ์เกี่ยวกับความรักในภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคริสต์ศตวรรษที่ ๑๖ และ ๑๗ นั้น สตรีผู้เป็นที่รักจะได้รับคำเตือนให้หาความสุขจากความรักขณะที่ยังสาวและยังสวยอยู่ ตัวอย่างแนวความคิดแบบยึดปัจจุบันในวรรณกรรมไทย คือตอนหนึ่งจากบทมโหรีของเก่าครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา ดังนี้ “เจ้าเอยลมชาย ใบไม้ต้องลมก็หล่นปลิว พี่จะชายหางคิ้ว สาวน้อยเจ้าตามมา เจ้านวลนะแน่งเอย ทรามเชยพี่แสนเสน่หา เจ้าอย่าหน่วงหนักชักช้า เวลาไม่ท่าเจ้าเอย” แสงจันทร์ แสนสุภา |

