“serf” และ “slave” เราพอจะทราบกันว่าในสังคมตะวันออกสมัยโบราณ มีทาสมากมายหลายจำพวก ในสังคมตะวันตกเองก็เช่นกัน มีคำที่หมายถึง ทาส คือ คำว่า “serf” และ คำว่า “slave” ทั้ง ๒ คำนี้ หมายถึงทาสคนละลักษณะกัน คำแรก คือ serf ทางประวัติศาสตร์ใช้ว่า ทาสติดที่ดิน หมายถึง ผู้ที่มีพันธะต่อขุนนางเจ้าของที่ดิน (lord) ในยุโรปสมัยกลาง คนเหล่านี้จะผูกพันอยู่กับผู้เป็นเจ้าของที่ดินและไม่สามารถเป็นอิสระได้ เว้นแต่จะมีการไถ่ตัว โดยทาสติดที่ดินจะต้องทำงานในที่ดินของขุนนาง แล้วส่งผลผลิตหรือเงินตามพันธะที่มี ถ้ามีการโอน หรือซื้อขาย หรือยกที่ดินให้แก่ผู้ใด ทาสติดที่ดินเหล่านี้ก็จะถูกรวมไว้ในที่ดินนั้นด้วย แต่ทาสติดที่ดินเหล่านี้ก็สามารถทำงานหารายได้ของตนเองเพื่อไถ่ตัวเป็นอิสระได้ คำว่า slave หมายถึง ทาสโดยทั่วไป มีหลายรูปแบบ เช่น ผู้ที่ถูกจับมาเป็นทาส ผู้ที่ถูกขายเป็นทาส หรือผู้ที่ขายตัวเองเป็นทาส ทาสเหล่านี้ผูกพันกับนายเงินที่เป็นเจ้าของทาส ต้องอยู่ทำงานรับใช้ หรือชดใช้เป็นเงินจนกว่าจะครบตามจำนวนค่าตัว หรือขอไถ่ตัวเองเมื่อมีเงิน ส่วนพวกที่ถูกจับมาเป็นทาสนั้น ต้องได้รับการปล่อยตัวเท่านั้นจึงจะพ้นจากความเป็นทาส ไม่สามารถไถ่ตัวเองได้ นอกจากนี้ ยังมีคำที่เกี่ยวข้องกับทาสอีกหลายคำ เช่น slaveholder คือ เจ้าทาส หรือเจ้าของทาส slave trade คือ การค้าทาส และ Slave State หมายถึง รัฐในภาคใต้ของสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นรัฐมีทาสและสนับสนุนการมีทาส ก่อนการเกิดสงครามกลางเมืองอเมริกัน ยังมีอีกคำหนึ่งซึ่งเขียนคล้ายกับคำ slave คือ คำว่า Slav คำนี้เป็นชื่อชนชาติคือ ชาวสลาฟที่อาศัยอยู่บริเวณยุโรปตะวันออกจนถึงบริเวณที่เป็นประเทศรัสเซียปัจจุบัน นอกจากนี้ คำว่า lord ที่ได้กล่าวถึงข้างต้น เป็นคำเรียกโดยรวม หมายถึง ขุนนางเจ้าของที่ดินหรือเจ้าที่ดินในสมัยกลางของยุโรป ส่วนคำว่า Lord ที่เรารู้จักในปัจจุบันนั้น เป็นคำเรียกผู้มีฐานันดรของยุโรป. ปิยรัตน์ อินทร์อ่อน |

