“ราชบัณฑิตยสภา” ร่วมเสวนา “ภาษาไทย-ภาษาสื่อ” หนุนสังคมรักษารากเหง้าวัฒนธรรมไทย แนะการใช้ราชาศัพท์ให้ถูกต้อง

 

เมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ เวลา ๑๒.๓๐ น.  ที่ห้องประชุมอิศราอมันตกุล   สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ถนนสามเสน ได้มีการเสวนาในหัวข้อ “ภาษาไทย ภาษาสื่อ”  ในรายการราชดำเนินเสวนา โดยมี ดร.โสภา  ชูพิกุลชัย  ชปีลมันน์  นายกราชบัณฑิตยสภา เป็นประธานเปิดการเสวนา ผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ รศ. ดร.นววรรณ พันธุเมธา  ราชบัณฑิต สำนักศิลปกรรม นางสาวสุปัญญา  ชมจินดา  เลขานุการกรม และโฆษกสำนักงานราชบัณฑิตยสภา  “ครูลิลลี่” กิจมาโนชญ์ โรจนทรัพย์ ครูสอนภาษาไทย โรงเรียนพินนาเคิล สยามสแควร์ และ ดร.เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์ รองประธานกรรมการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) และมี นางภัทราวดี  ธีเลอร์ เป็นผู้ดำเนินรายการ

รศ. ดร.นววรรณ พันธุเมธา กล่าวว่า ภาษามีการเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด จำได้ว่าในช่วงที่ตนเป็นนักศึกษาต้องเขียนเรียงความเรื่องภาษาไทยวิวัฒน์หรือภาษาไทยวิบัติ ส่วนการใช้ภาษาออนไลน์ของวัยรุ่นสมัยนี้เป็นการใช้ภาษาที่ต่างออกไป มีการตัดคำ เปลี่ยนคำ โดยใช้การเขียนแทนการพูด เช่น คำว่า”เค้า” แต่วัยรุ่นไม่ได้เขียนว่า”เขา” จะทำให้ภาษาของเราเปลี่ยนไปหรือไม่ จึงต้องให้เขาตระหนักว่าภาษาต้องใช้ตามกาลเทศะ  โดยครูต้องสอนเด็กเหล่านี้ให้มาก ๆ ถ้าใช้ภายในกลุ่มของเขาก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ามีการนำภาษาของเขามาใช้ในโอกาสอื่นที่เป็นทางการก็ไม่สมควรอย่างยิ่ง นอกจากนี้ ตนเป็นห่วงเรื่องการสะกดตัวการันต์ แต่วัยรุ่นคิดเพียงแค่ว่า ให้ออกเสียงได้เท่านั้น ซึ่งจะมีคนบ่นว่าภาษาไทยยาก เรื่องการสะกดการันต์ หรือมีคนให้ความเห็นว่า เขียนเหมือนการออกเสียงไปเลย แต่กลับไม่มีการแยกเรื่องคำพ้องเสียงทั้งที่ภาษาไทยเป็นภูมิปัญญาของเรา

“อยากให้เห็นถึงความสำคัญของภาษาไทย ดิฉันคิดว่าบรรพบุรุษมีภูมิปัญญาไทย ท่านได้คิดคำให้เราได้ใช้ ท่านมีวิธีการในการแปลงคำยืมมาและมีวิธีการออกเสียง ถึงแม้คำยืมทั้งหลายเขียนยาก เพราะออกเสียงแบบไทย แต่ได้พยายามรักษารูปคำเดิมเอาไว้ อยากให้เด็กรุ่นหลังเห็นถึงความสำคัญของภาษาไทย แต่ให้เขาได้เรียนรู้ภูมิปัญญาของไทย แต่ขณะนี้น่าเป็นห่วง สังคมออนไลน์ที่จะเคยชินกับภาษาง่าย ๆ ส่วนการเขียนภาษาที่ยาก ๆ จะมีความรู้สึกว่ายากไปด้วย” รศ. ดร.นววรรณ กล่าว

ขณะที่ นางสาวสุปัญญา  ชมจินดา กล่าวว่า สำหรับราชาศัพท์ที่มีการใช้อยู่นั้น การใช้ราชาศัพท์ให้ถูกต้องเป็นการให้เกียรติเจ้านาย แต่ก็ยังมีการใช้ไม่ถูก เช่น “เสวย” ไม่ต้องมี “ทรง” นำหน้า ส่วนเรื่องคำว่า “สวรรคต” ต้องออกเสียงว่า สะ-หฺวัน-คด ไม่ใช่ สะ-หฺวัน-นะ-คด หรือคำว่า “ถวาย” นั้น ถ้าใช้แก่พระภิกษุ มีตัวอย่างเช่น ถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุ  หากจะใช้คำว่า “ถวาย” กับเจ้านายให้ใช้กับสิ่งที่เป็นนามธรรมเช่น บำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย ส่วนคำว่า “ถวาย” ที่ประชาชนเข้าใจว่าเป็นคำราชาศัพท์ เมื่อจะไปวางดอกไม้จันทน์ถวายในหลวงรัชกาลที่ ๙ นั้น น่าจะมาจากที่ประชาชนคิดว่าถ้าใช้ว่า “วางดอกไม้จันทน์” จะเป็นการวางดอกไม้จันทน์สำหรับคนทั่วไปหรือไม่ แต่การใช้ถ้อยคำที่เหมาะสมนั้น สามารถใช้ได้ว่า “ไปวางดอกไม้จันทน์เพื่อแสดงความอาลัยถวายแด่…” หรือว่า “วางดอกไม้จันทน์เพื่อแสดงความอาลัยถวาย” ซึ่งเราสามารถเรียบเรียงถ้อยคำเพื่อใช้ภาษาให้เหมาะสมได้

“สำนักงานราชบัณฑิตยสภาได้มีการเผยแพร่ตัวอย่างการใช้ถ้อยคำแสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  บรมนาถบพิตร ไว้ในเว็บไซต์สำนักงานราชบัณฑิตยสภา ตั้งแต่วันเสด็จสวรรคต และปัจจุบันได้มีการเพิ่มเติมตัวอย่างให้อีก ซึ่งประชาชนหรือหน่วยงานต่าง ๆ สามารถเข้าไปดูตัวอย่างได้ เช่นอาจใช้ว่า จารึกไว้ในใจไทยทั่วหล้า  ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้  หลังคำว่า “ข้าพระพุทธเจ้า” ให้ตามด้วยชื่อบุคคลแล้วตามด้วยชื่อหน่วยงาน ไม่ใส่ชื่อหน่วยงานอย่างเดียว   ส่วนคำว่า “บรม” ที่ใช้ในราชาศัพท์เฉพาะพระมหากษัตริย์ ขณะนี้ที่ใช้สำหรับสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ละคำว่า “บรม” ไว้ เช่นคำว่า “พระบรมราชโองการ” ใช้ “พระราชโองการ” ทั้งนี้ราชาศัพท์ที่มีคำว่า “บรม” น่าจะนำมาใช้เต็มรูปแบบเมื่อรับบรมราชาภิเษกแล้ว” นางสาวสุปัญญา กล่าว

IMG_6692 IMG_6722 IMG_6743