การเสวนาทางวิชาการ
เรื่อง “ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ประเทศไทยบางส่วนจะจมอยู่ใต้บาดาลตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ จริงหรือ?”
โดย
๑. รศ. ดร.เสรี ศุภราทิตย์ (ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค)
๒. ศ. ดร.ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล (ภาคีสมาชิก สำนักวิทยาศาสตร์)
๓. รศ. ดร.สิตานนท์ เจษฎาพิพัฒน์ (ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ)
ดำเนินการอภิปรายโดย
ศ. ดร.วรศักดิ์ กนกนุกุลชัย (ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์)
ณ ห้องประชุมชั้น ๔ ห้อง ๔๐๑-๔๐๓ สำนักงานราชบัณฑิตยสภา
วันพุธที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๐
เวลา ๑๓.๓๐-๑๕.๓๐ น.


ปัญหาโลกร้อน กับการยกระดับของน้ำทะเล
เรียบเรียงโดย ศ. ดร.วรศักดิ์ กนกนุกุลชัย ราชบัณฑิต

        เป็นที่รู้กันว่าปัญหาโลกร้อนเกิดจากปรากฏการณ์เรือนกระจกของโลก อันเนื่องมาจากการปล่อยปริมาณแก๊สเรือนกระจก (greenhouse gas) ตัวอย่างเช่น CO2, CH4, N2O สู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งมีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (climate change) อย่างไม่เป็นไปตามธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศมีผลกระทบต่อความอยู่รอดของสัตว์โลก เริ่มจากอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกที่เพิ่มขึ้น ตามด้วยการละลายของน้ำแข็งในขั้วโลก ซึ่งส่งผลทำให้ระดับน้ำทะเลค่อย ๆ ยกตัวสูงขึ้นกว่าในระดับปัจจุบัน

        ในอดีต การเพิ่มของระดับน้ำทะเลไม่ใช่ไม่เคยเกิด แต่เคยเกิดในอัตราตามธรรมชาติ คือเมื่อโลกร้อน น้ำทะเลก็มีระดับสูงขึ้น เปลือกโลกที่เป็นผืนดินก็ถูกปกคลุมด้วยน้ำมากชึ้น เมื่อโลกเย็นตัวลงระดับน้ำทะเลก็มีระดับต่ำลง ผืนดินก็ถูกปกคลุมด้วยน้ำทะเลน้อยลง การเพิ่มของระดับน้ำทะเล ขึ้นอยู่กับ ๒ ปัจจัย คือ (๑) การขยายปริมาตรของน้ำเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น และ (๒) น้ำแข็งขั้วโลกใต้ที่เคยอยู่บนแผ่นดินละลายทำให้ปริมาตรของน้ำทะเลเพิ่มขึ้น

        ขั้วโลกเหนือ อาร์กติกไม่ได้ถือเป็นทวีป แต่จะถูกล้อมรอบไปด้วยทวีปต่าง ๆ ได้แก่ ทวีปเอเชีย ทวีปยุโรป และทวีปอเมริกาเหนือ ส่วนขั้วโลกใต้ คือ ทวีปแอนตาร์กติกาถูกล้อมรอบไปด้วยมหาสมุทร ได้แก่ มหาสมุทรแปซิฟิก มหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแอตแลนติก น้ำแข็งที่อาร์กติกมีความหนาเฉลี่ยเพียง ๒-๓ เมตร เท่านั้น แต่น้ำแข็งที่ปกคลุมทวีปแอนตาร์กติกามีความหนาเฉลี่ยถึง ๒,๔๕๐ เมตร ในฤดูหนาว ทวีปแอนตาร์กติกามีอุณหภูมิประมาณ –๖๕ ถึง –๗๐ องศาเซลเซียส ส่วนฤดูร้อนอยู่ที่ประมาณ –๒๕ ถึง –๔๕ องศาเซลเซียส ขณะที่อาร์กติกมีอุณหภูมิในฤดูหนาวประมาณ –๒๖ ถึง –๔๓ องศาเซลเซียส ส่วนฤดูร้อนมีอุณหภูมิประมาณ ๐ องศาเซลเซียส

        รายงานล่าสุดของวารสาร Science ได้เผยว่าการละลายของชั้นน้ำแข็งแอนตาร์กติกาในขั้วโลกใต้นั้น เกิดขึ้นในอัตราที่เร็วกว่าที่คาด ถึงร้อยละ ๗๐ ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โดยข้อมูลจากดาวเทียมระบุว่าช่วงเวลา ๑๘ ปีที่ผ่านมานั้น ชั้นน้ำแข็งได้ละลายไป ๓๑๐ ตารางกิโลเมตรต่อปีทุกปี แต่ละชั้นนั้นสูญเสียความหนาไปร้อยละ ๑๘ และที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือ เมื่อเร็ว ๆ นี้  มีรายงานว่า แอนตาร์กติกามีอุณหภูมิสูงถึง ๑๗.๕ องศาเซลเซียส สูงกว่าอุณหภูมิในลอนดอนที่อยู่ที่ ๑๐ องศา

        การที่ทะเลน้ำแข็งอาร์กติกละลายในขั้วโลกเหนือ อาจไม่ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นเพราะน้ำแข็งลอยอยู่ในทะเลอยู่แล้ว ส่วนที่ทวีปแอนตาร์กติกาในขั้วโลกใต้นั้น ชั้นน้ำแข็งเดิมเป็นก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่อยู่บนพื้นทวีป เมื่อละลายก็จะไหลลงสู่มหาสมุทร นั่นหมายความว่าปริมาณน้ำแข็งที่ละลายจะไปเพิ่มปริมาณน้ำในทะเล ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น

        การศึกษาวิจัยของ the Potsdam Institute for Climate Impact Research ทำให้สามารถทำนายได้ว่า ระดับน้ำทะเลของโลกจะสูงขึ้น ๒.๓ เมตร ต่อการเพิ่มอุณหภูมิโลกโดยเฉลี่ย ๑ องศาเซลเซียส แม้นานาชาติจะสามารถทำได้ตามข้อตกลงในการประชุมระดับโลก COP21 ที่กรุงปารีส โดยควบคุมไม่ให้อุณหภูมิโลกสูงเกิน ๒ องศาเซลเซียสภายในศตวรรษนี้ การที่อุณหภูมิโลกสูงขึ้น ๒ องศา ก็จะทำให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้นอีก ๕ เมตร ในระดับดังกล่าวจะมีผลกระทบต่อเมืองใหญ่ ๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกา เช่น นิวออร์ลีนส์ ไมแอมี นิวยอร์ก บอสตัน ประเทศในยุโรปเหนือ ประเทศในทวีปอเมริกาใต้ และหลายประเทศในทวีปเอเชีย โดยเฉพาะ บังกลาเทศ มัลดีฟส์ ไทย เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย อินโดนิเซีย เป็นต้น

        ถ้าลองพิจารณากรณีร้ายแรงที่สุด คือกรณีที่นานาชาติไม่สามารถควบคุมการปล่อยแก๊สเรือนกระจก โลกก็จะเดินไปสู่จุดที่เรียกว่า  Eocene conditions ได้แก่ ภาวะที่น้ำแข็งจะละลายหมดทั้งโลก ซึ่งคำนวณได้ว่า ระดับน้ำทะเลจะเพิ่มสูงกว่าปัจจุบันถึง ๑๐๐ เมตร หลายประเทศที่อยู่ริมฝั่งทะเลจะจมน้ำหายไป ทั้งมลรัฐตามชายฝั่งของประเทศสหรัฐฯ ประเทศด้านเหนือของทวีปยุโรป ประเทศบังกลาเทศจะจมหายไปทั้งประเทศ ส่วนหนึ่งของประเทศอินเดีย ประเทศจีน และเอเชียอาคเนย์ ก็จะจมอยู่ใต้บาดาล สำหรับประเทศที่มีพื้นที่ภายในเหลือพอก็จะต้องมีการอพยพผู้คนกันขนานใหญ่ ส่วนในบางประเทศ เช่น บังกลาเทศ ที่จมหายไปทั้งประเทศ ประชาคมโลกจะเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างไร?

        สำหรับประเทศไทย ถ้าน้ำทะเลสูงเพิ่มถึง ๖๐ เมตร ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาจะจมน้ำทะเล ขึ้นไปถึงจังหวัดพิษณุโลก ดังแผนที่ที่คำนวณโดยการจำลองทางคณิตศาสตร์ข้างล่างนี้

thailand-under-60m-sea-level

Thailand under 60m of sea level rise – Map courtesy of geology.com

http://geology.com/sea-level-rise/

picture1 - Copy

IMG_2298 - Copy