วันพุธที่ ๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๙

ศ. ดร.มนุวดี  หังสพฤกษ์ ราชบัณฑิต และ ผศ. ดร.เพ็ญใจ สมพงษ์ชัยกุล ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บรรยายเรื่อง ขยะไมโครพลาสติกในมหาสมุทร สรุปความได้ว่า เมื่อไม่นานมานี้เอง เราก็เป็นห่วงกับแค่ขยะพลาสติกเป็นชิ้นโต ๆ ที่ล่องลอยหรือจมอยู่ที่พื้นท้องทะเลว่าเป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตของสัตว์ทะเล แต่ปัจจุบันเรามองลึกลงไปกว่านั้นถึงพลาสติกชิ้นเล็ก ๆ จึงเป็นที่มาของศัพท์ ไมโครพลาสติก (Microplastic) ซึ่งเข้าสู่ระบบผลิตภัณฑ์นานาชนิดที่อยู่ใกล้ตัวเรา เช่น ยาสีฟัน ครีมล้างหน้า สบู่อาบน้ำ ในรูปของเมล็ดขนาดจิ๋ว (microbeads) จาก Face to Fish เมื่อสิ่งมีชีวิตกลืนเข้าไปก็จะไปสะสมอยู่ในเนื้อเยื่อ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อร่างกาย และในฐานะที่ทำงานทางด้านสมุทรศาสตร์จึงเป็นมุมมองไปในด้านนั้น

การแพร่กระจายของไมโครพลาสติกในมหาสมุทรเกิดได้โดยการหมุนเวียนของกระแสน้ำในมหาสมุทร มี gyre ๕ วงจรในมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือและใต้ แอตแลนติก และอินเดีย  ประเมินกันว่ามีขยะพลาสติก ๓๑๕ พันล้านปอนด์หมุนเวียนอยู่ในนี้  เรื่องนี้เป็นปัญหาที่ใหญ่ขึ้นทุกวัน เพราะความมักง่ายของมนุษย์ในการไม่ดูแลการทิ้งของเสียให้เหมาะสม

   วันพุธที่ ๑๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๙

ศ. ดร.ปริญญา จินดาประเสริฐ ภาคีสมาชิก บรรยายเรื่อง เถ้าลอยหงสา สรุปความได้ว่า เถ้าลอยเป็นผลพลอยได้จากการเผาถ่านหินในการผลิตกระแสไฟฟ้า  ประเทศไทยมีเถ้าลอยจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะเป็นแหล่งสำคัญ เริ่มการผลิตไฟฟ้าใน พ.ศ. ๒๕๒๑  มีการวิจัยและพัฒนาเพื่อการใช้งานที่สำคัญตั้งแต่  พ.ศ. ๒๕๒๓ ปัจจุบันมีกำลังการผลิต ๒,๔๐๐ เมกกะวัตต์ สำหรับประเทศลาว แหล่งเถ้าลอยที่สำคัญมาจากโรงไฟฟ้าหงสา ซึ่งเพิ่งจะเริ่มการผลิตไฟฟ้าใน พ.ศ. ๒๕๕๘ มีกำลังการผลิต ๑,๘๗๘ เมกกะวัตต์

เถ้าลอยเป็นวัสดุปอซโซลาน มีซิลิกา (Silica) และ อะลูมินา (Alumina) เป็นองค์ประกอบหลักสามารถใช้ทดแทนซีเมนต์ในงานคอนกรีต สามารลดความร้อนจากปฏิกิริยา (Heat of hydration) ทำให้คอนกรีตมีความทนทานขึ้น การต้านทานการซึมผ่านของคลอไรด์ (Chloride) ความสามารถในการป้องกันการเกิดสนิมของเหล็กเสริม และการต้านทานการกัดกร่อนของสารซัลเฟต (Sulfate) ดีขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นวัสดุตั้งต้นในการสังเคราะห์จีโอโพลิเมอร์ (Geopolymer) ซึ่งถือเป็นวัสดุเชื่อมประสานทางเลือกสำหรับอนาคต

ทั้งเถ้าลอยแม่เมาะและเถ้าลอยหงสาได้มาจากถ่านหินลิกไนต์ (Lignite) เถ้าลอยหงสามีผลรวมของ SiO2+Al2O3+Fe2O3 มากกว่าร้อยละ ๗๐,  CaO ประมาณ ร้อยละ ๘ จัดอยู่ในเถ้าลอย class F ขณะที่เถ้าลอยแม่เมาะผลรวมของ SiO2+Al2O3+Fe2O3 มากกว่าร้อยละ ๕๐,  CaO ร้อยละ ๑๕-๒๐ จัดอยู่ในเถ้าลอย class C เถ้าลอยจากทั้ง ๒ แหล่งมีค่าดัชนีความเป็นปอซโซลาน (Pozzolanic Activity Index) สูงกว่าร้อยละ๘๐ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน ASTM C618 ในด้านความละเอียด เถ้าลอยหงสามีความละเอียดต่ำกว่าโดยมีขนาดอนุภาคเฉลี่ย ๔๕-๕๐ µm ค้างตะแกรง # 325 ประมาณร้อยละ ๔๐ เปรียบเทียบกับเถ้าลอยแม่เมาะที่มีขนาดอนุภาคเฉลี่ย ๒๕-๓๕ µm ค้างตะแกรง # 325 ประมาณร้อยละ ๒๕-๓๐  เถ้าลอยความละเอียดสูงเมื่อนำไปใช้งานคอนกรีตจะให้กำลังรับแรงสูงขึ้นและสมบัติด้านความทนทานดี

เถ้าลอยแม่เมาะมีการวิจัยและพัฒนาเพื่อการใช้งานตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๓ จากสถาบันการศึกษา เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น Asian Institute of Technology และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต ในด้านการใช้งานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตเริ่มใช้เถ้าลอยแม่เมาะใน พ.ศ. ๒๕๓๑ ในงานวัสดุถมและงานดิน การใช้เถ้าลอยแม่เมาะที่สำคัญเป็นการใช้คอนกรีตบดอัดที่เขื่อนปากมูลใน พ.ศ. ๒๕๓๗ และประเทศไทยได้จัดทำมาตรฐานเถ้าลอย มอก. ๒๑๓๕-๒๕๔๕ เถ้าลอยจากถ่านหินใช้เป็นวัสดุผสมคอนกรีต ใน พ.ศ. ๒๕๔๕ สำหรับเถ้าลอยหงสา ได้มีความพยายามที่จะนำไปใช้งาน ได้เริ่มการเก็บข้อมูลที่สำคัญของเถ้าลอย ได้จัดการสัมมนาการใช้เถ้าลอยหงสา ได้มีการตกลงในความร่วมมือทางวิชาการในการวิจัยเถ้าลอยหงสาระหว่างสถาบันการศึกษาไทยและลาว ดังนั้นจึงเป็นที่คาดหมายว่าเถ้าลอยหงสาจะมีบทบาทที่สำคัญในอนาคตอันใกล้นี้

ศ. ดร.ธนารักษ์  ธีระมั่นคง ภาคีสมาชิก บรรยายเรื่อง ภาษาไทยกับงานวิจัยด้านการประมวลผลภาษาธรรมชาติ สรุปความได้ว่า  ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ภาษา คือถ้อยคำที่ใช้พูดหรือเขียนเพื่อสื่อความของชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เช่น ภาษาไทย ภาษาจีน หรือเพื่อสื่อความเฉพาะวงการ เช่น ภาษาราชการ ภาษากฎหมาย ภาษาธรรม; เสียง ตัวหนังสือ หรือ กิริยา; อาการที่สื่อความได้ เช่น ภาษาพูด ภาษาเขียน ภาษาท่าทาง ภาษามือ. ปัจจุบันกว้างขึ้น โดยรวมไปถึง กลุ่มของชุดอักขระ สัจนิยม และกฎเกณฑ์ที่กำหนดขึ้นเพื่อสั่งงานคอมพิวเตอร์ เช่น ภาษาซี ภาษา จาวา. การเข้าใจถึงภาษาจะทำให้เราเข้าใจตัวเราเอง คนรอบข้าง สังคม และแลกเปลี่ยน ข้อมูลข่าวสาร และความรู้ ความพยายามที่จะนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในการประมวลภาษาธรรมชาติเริ่มมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๐ (ค.ศ. ๑๙๔๗) ในครั้งนั้นนักวิจัยได้พยายามที่จะนำเอาคอมพิวเตอร์มาช่วยในการแปลภาษาอังกฤษ เป็นภาษาฝรั่งเศส สำหรับการค้นคว้าวิจัยการประมวลผลภาษาธรรมชาติในเมืองไทยนั้น ได้มีความพยายามนำคอมพิวเตอร์มาใช้แปลภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษใน พ.ศ. ๒๕๒๔ (ค.ศ. ๑๙๘๑) อย่างไรก็ตาม ภาษาไทยเป็นภาษาที่มีความซับซ้อนตั้งแต่โครงสร้างระดับตัวอักษรจนถึงโครงสร้างของย่อหน้า

๑. ในระดับโครงสร้างตัวอักษรนั้น ภาษาไทยมีพยัญชนะ ๔๔ รูป สระ ๒๑ รูป วรรณยุกต์ ๔ รูป ตัวเลข ๑๐ รูป และ เครื่องหมายวรรคตอนและสัญลักษณ์พิเศษต่าง ๆ เช่น มหัพภาคหรือจุด  จุลภาคหรือลูกน้ำ ไม้ทัณฑฆาต (ตัวการันต์) เป็นต้น การเขียนเรียงอักษรมีความซับซ้อน โดยไม่ใช่เพียงเขียนเรียงอักษรจากซ้ายไปทางขวาเท่านั้น แต่มีการวางตัวอักษรในแนวตั้ง ที่มีระดับได้ถึง ๔ ระดับ เช่น อักษรที่วางระดับบน ได้แก่ ไม้เอก ไม้โท ไม้หันอากาศ  อักษรที่วางระดับล่าง ได้แก่ สระอุ สระอู อักษรที่วางบนของระดับบนอีกที ได้แก่ ไม้เอก ที่อยู่บนไม้หันอากาศ เป็นต้น

๒. ในระดับโครงสร้างพยางค์นั้น ถ้าเราสังเกตให้ดี จะเห็นได้ว่า มีกฎในการเรียงอักษรบางอย่างอยู่ เช่น สระหน้า พยัญชนะ วรรณยุกต์ และสระหลัง จะสามารถรวมกันเป็นหน่วยเสียงที่เรียกว่า พยางค์ ได้ โดยรูปแบบนี้ เมื่อใครเห็นก็จะเข้าใจและอ่านออกเสียงตรงกัน ขณะเดียวกัน เนื่องจากภาษาไทยมีสระลดรูป ทำให้เพียงพยัญชนะเพียงตัวเดียวก็สามารถออกเสียงได้เป็นหนึ่งพยางค์ ประหนึ่งมีสระอะอยู่ แต่ไม่เขียนออกมาให้ชัด เช่น สามพยางค์แรกของคำ “กรกฎาคม (คำอ่าน กะ-ระ-กะ-ดา-คม)” นอกจากนี้ พยัญชนะสองตัวต่อกัน ก็สามารถออกเสียงคล้ายกับมีสระอยู่ ในลักษณะของมาตราตัวสะกดในภาษาไทย (แม่กด แม่กน แม่กม และ อื่น ๆ) เช่น “คม” ที่ในคำ “กรกฎาคม” หรือ “กล” ที่ในคำ “กลยุทธ์” เป็นต้น ลักษณะพิเศษทั้งสอง (สระลดรูปและมาตราตัวสะกด) นี้ทำให้การอ่านภาษาไทยกำกวมโดยอ่านเสียงได้มากกว่าหนึ่งแบบ

๓. ในระดับโครงสร้างคำนั้น ในภาษาไทยเราสามารถนำคำสั้น ๆ มาผสมต่อเป็นคำไม่ที่ยาวขึ้นและมีความหมายได้ เช่น รถขนผัก ผู้จัดการ ตู้รถไฟ ข้าราชการ เป็นต้น. นอกจากนี้ ภาษาไทยเราไม่มีข้อกำหนดการเว้นวรรคระหว่างคำที่ชัดเจน ประกอบกับการที่เราสร้างคำใหม่ได้จากคำสั้น จึงทำให้การระบุว่าคำมีขอบเขตเท่าใดนั้นไม่ชัดเจน กล่าวคือ นิยามของคำไม่ชัดเจน ทำให้เกิดความยุ่งยากในการตัดสินว่า กลุ่มตัวอักษรที่ต่อกัน ควรนับเป็นคำ ๆ เดียว หรือควรนับเป็นคำผสมที่เกิดจากคำมากกว่าหนึ่งคำ มาต่อกัน คำบางคำมีลักษณะเป็นโครงสร้างของประโยค เช่น รถขนผัก อุปกรณ์รับส่งสัญญาณ เป็นต้น

๔. ในระดับโครงสร้างของประโยค ในภาษาไทยเราไม่มีนิยามขอบเขตของประโยคที่ชัดเจน ลักษณะนี้ทำให้เราไม่สามารถระบุได้ว่า ประโยคสิ้นสุดแล้วหรือยัง และ ทำให้เกิดการเขียนเรียงความที่มีโครงสร้างซับซ้อน ผลที่เกิดขึ้นคือ ความกำกวมของความหมายของเรียงความที่เขียนขึ้น ในภาษาไทยเราสามารถเขียนเชื่อมโยงใจความได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องคำนึงถึงขอบเขตของประโยค แต่จะคำนึงถึงความหมายของเนื้อหาและการเชื่อม นอกจากนี้ ยังมีความสับสนที่เกิดจากความคล้ายกันของโครงสร้างคำและประโยค เช่น คนขับรถ (คำ), คนขับรถบรรทุก (คำหรือประโยค), คนขับรถบรรทุกผัก (ประโยค) คนขับรถบรรทุกผักไปขาย (ประโยค) เป็นต้น

นอกจากโครงสร้างตัวอักษรไปจนถึงโครงสร้างประโยคที่ซับซ้อนข้างต้นแล้ว ภาษาไทยยังมีโครงการไวยากรณ์ที่ค่อนข้างยืดหยุ่น เรามีการละประธาน ละกรรม หรือ สลับตำแหน่งคำในประโยคได้ ดังนั้น คนไทยเราเข้าใจภาษาไทยจากการเชื่อมโยงความหมาย

จากลักษณะพิเศษของภาษาไทยข้างต้น ทำให้ภาษาไทยเป็นภาษาที่ยากต่อการใช้คอมพิวเตอร์มาประมวลผลเพื่อตีความหรือวิเคราะห์ การประมวลผลภาษาธรรมชาติในภาษาไทยที่ผ่านมา เริ่มจากการสร้างโปรแกรมเพื่อให้เราสามารถสร้างเอกสารภาษาไทยได้บนคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า โปรแกรมประมวลผล (Word Processor) ปัญหาที่พบอยู่ที่การตัดคำเพื่อให้การเปลี่ยนบรรทัด ไม่ตัดที่ระหว่างคำ เพื่อให้อ่านเข้าใจง่ายไม่ติดขัด. ในช่วง พ.ศ. ๒๕๒๔ (ค.ศ. ๑๙๘๑) มีความพยายามนำคอมพิวเตอร์มาใช้แปลภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ. ได้มีโครงการแปลภาษาหลายภาษาชื่อ CICC Project ในช่วง  พ.ศ. ๒๕๒๘ ถึง พ.ศ. ๒๕๓๘ (ค.ศ. ๑๙๘๕ ถึง ค.ศ. ๑๙๙๕)  โครงการนี้มีลักษณะพิเศษ คือ แทนที่จะแปลโดยตรงระหว่างคู่ภาษา แต่ศึกษาวิธีการการแปลภาษาไปเป็นภาษากลาง (Interlingua) ก่อนที่จะแปลไปสู่อีกภาษาหนึ่ง. หลังจากนั้น งานวิจัยด้านการประมวลภาษาไทยได้พัฒนาไปในหลาย ๆ ด้าน ได้แก่ ระบบสืบค้นข้อมูล, ระบบรู้จำเสียง, ระบบสังเคราะห์เสียง, ระบบรู้จำตัวอักษร, ระบบแบ่งประเภทข้อมูล, ระบบประมวลภาษามือ (ใบ้), ระบบย่อความ, ระบบการวิเคราะห์อารมณ์และความรู้สึกจากข้อความ เป็นต้น เพื่อให้งานวิจัยด้านการประมวลภาษาไทยมีความก้าวหน้ามาขึ้น เราจำเป็นที่ต้องมีการพัฒนาทรัพยากรเชิงคำนวณที่เกี่ยวกับภาษาไทยและอาจรวมไปถึงภาษาอื่นๆที่เราสนใจ. ทรัพยากรเหล่านั้น ได้แก่ คลังคำศัพท์ คลังประโยคหรือข้อความ อัลกอริทึมพื้นฐานที่อยู่ในรูปแบบโปรแกรมพื้นฐานที่ใช้ในการประมวลผลภาษาไทย เช่น โปรแกรมการตัดคำไทย โปรแกรมการตัดประโยค โปรแกรมตัดนิพจน์ระบุนาม โปรแกรมตัดหน่วยใจความพื้นฐาน และโปรแกรมสกัดความหมายหรือความคิดเห็น และโปรแกรมวิเคราะห์อารมณ์และความรู้สึก เป็นต้น