๏ วันอังคารที่ ๑๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๐
พระมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองดี สุรเตโช) ราชบัณฑิต บรรยายเรื่อง ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร สรุปความได้ว่า ธัมมจักกัปปวัตตนสูตรเป็นพระสูตรแรกที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงหลังจากตรัสรู้แล้ว ชาวพุทธทั่วไปทั้งพระสงฆ์และคฤหัสถ์ต่างให้ความสำคัญกับพระสูตรนี้มาก จึงค่อนข้างจะรู้จักพระสูตรนี้กันทั่วไป และนิยมใช้เป็นบทสวดมนต์ในงานพิธีสำคัญ ๆ เช่น งานวันเกิดปรกติ งานวันเกิดครบรอบนักษัตร งานพุทธาภิเษก พระสงฆ์ที่ได้รับนิมนต์ไปในงานเหล่านี้ก็จะสวดมนต์บทนี้เป็นหลัก แต่ส่วนใหญ่แม้จะท่องจำได้หรือสวดได้ แต่ก็ไม่เข้าใจเนื้อหาของพระสูตรนี้กันมากนัก แม้พระสงฆ์ทั่วไปก็เช่นกัน นอกจากพระสงฆ์ที่ศึกษาภาษามคธมาแล้วถึงจะสามารถแปลความได้ แต่หากไม่สนใจเนื้อหาก็ไม่อาจเข้าใจประเด็นความได้เช่นกัน การนำเสนอพระสูตรนี้ขึ้นมาก็เพื่อให้เกิดความเข้าใจในเนื้อหาระดับหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องหลักที่สำคัญในพระพุทธศาสนาเรื่องหนึ่ง และเพื่อวิเคราะห์ให้เห็นว่าเหตุใดพระพุทธเจ้าจึงทรงแสดงพระสูตรนี้เป็นครั้งแรก และเหตุใดผู้ฟังคือปัญจวัคคีย์ เมื่อฟังจบแล้วจึงได้แค่ดวงตามเห็นธรรม ได้บรรลุธรรมเบื้องต้นคือโสดาปัตติผล เป็นพระโสดาบันเท่านั้น ไม่ได้บรรลุธรรมระดับสูงคืออรหัตผลเป็นพระอรหันต์อย่างที่ควรจะเป็น เพราะเป็นเทศน์กัณฑ์แรกซึ่งสำคัญมาก ทั้งที่ปัญจวัคคีย์ก็มิใช่บุคคลธรรมดา หากแต่ได้ติดตามและเรียนรู้ลัทธิคำสอนของดาบสต่าง ๆ ในยุคนั้นมาเคียงคู่กับพระพุทธเจ้า มีปัญญาฉลาดไม่น้อยเช่นกัน การวิเคราะห์เรื่องนี้ย่อมทำให้เกิดแนวคิดใหม่สำหรรับชาวพุทธส่วนหนึ่งที่ผิดหวังว่า เทศน์กัณฑ์แรกของพระพุทธเจ้าไม่อาจทำให้ผู้ฟังเป็นพระอรหันต์ได้ ไม่เหมือนเทศกัณฑ์หลัง ๆ แม้ผู้ฟังจะเป็นผู้ไม่สนใจเรื่องธรรมมาก่อนก็ยังสามารถบรรลุธรรมระดับสูงได้
ผศ. ดร.เลิศศิริร์ บวรกิตติ ภาคีสมาชิก บรรยายเรื่อง การระบายออกอิสระทางศิลปกรรม สรุปความได้ว่า การบรรยายครั้งนี้กล่าวถึงเครื่องมือและวิธีการที่ใช้ในการทำจิตวิเคราะห์ (Psychoanalysis) ตามแนวคิดของซิกมันด์ ฟรอยด์ ซึ่งมีอิทธิพลต่อศิลปะคติเซอร์เรียลลิสส์หรือลัทธิศิลปะเหนือสัจจนิยม (Surrealism) โดยผู้บรรยายได้ใช้เครื่องมือนี้ในกระบวนการศิลปะบำบัดอย่างมีประสิทธิผลตลอดมา
ศิลปบำบัด : การวาดภาพ การปั้น หรือการทำศิลปะสร้างสรรค์ในวิธีต่าง ๆ ได้ถูกนำไปใช้เป็นกระบวนการร่วมในจิตบำบัด
เป้าหมาย : เพื่อสืบค้นปัญหาความคับข้องใจ ความวิตกกังวลที่กดเก็บไว้ในจิตใต้สำนึกหรือจิตไร้สำนึก
วิธีการ : จิตวิเคราะห์ตามแนวคิดของซิกมันด์ ฟรอยด์ ด้วยวิธีแบบ Free Association
ความหมายของ “การระบายออกอิสระ” ตามพจนานุกรม American Heritage ภาษาอังกฤษ พ.ศ.๒๕๕๙ มีดังนี้
๑. A spontaneous, logically unconstrained and undirected association of ideas, emotions, and feelings. เป็นความคิด อารมณ์ และความรู้สึกที่เกิดขึ้นเอง ไร้การเชื่อมโยงใด ๆ
๒. A psychoanalytic technique in which a patient’s articulation of free associations is encouraged in order to reveal unconscious thoughts and emotions, such as traumatic experiences that have been repressed. เทคนิคที่เสนอให้ผู้ป่วยเล่าประสบการณ์รุนแรงต่างๆ ที่กดเก็บไว้ในจิตไร้สำนึก โดยไม่ต้องนึกคิด
การระบายออกอิสระ” ส่งอิทธิพลต่อ “ภาวะอัตโนมัติ” (automatism) ในงานด้านวรรณศิลป์และวิจิตรศิลป์ของศิลปะคติเซอร์เรียลลิสส์
ภาวะอัตโนมัติเป็นกระบวนการเขียน ระบายสี วาดภาพ หรือการระบายอย่างอิสระไร้การคิดคำนึง
(automatism is the process of writing, painting, drawing, or speaking automatically without conscious thought)
ฟรอยด์อธิบายว่า “การระบายออกอิสระ” คือ การระบายออกอย่างต่อเนื่องกันทางความคิด หรือ
จินตภาพ โดยไม่จำเป็นต้องแสดงความเกี่ยวข้องใด ๆ ต่อกัน
อ็องเดร เบรอตง (Andre Breton) ศิลปินเซอร์เรียลลิสต์ชาวฝรั่งเศส กล่าวใน Manifesto of Surrealism (พ.ศ.๒๔๖๗) ว่า ศิลปะคติเซอร์เรียลลิสส์เกี่ยวกับภาวะอัตโนมัติแห่งจิตขั้นบริสุทธิ์ เป็นอิสระจากการคิดไตร่ตรอง และหลักสุนทรียศาสตร์และศีลธรรม
ศิลปินวาดสิ่งที่ลอยเข้ามาในความคิดโดยไม่ต้องสนใจเหตุผลตรรกะใด ๆ เนื้อหาและสัญลักษณ์ต่าง ๆ ผุดมาจากจิตไร้สำนึก
ผู้บรรยายใช้ “การระบายออกอิสระ” เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์สภาพจิตใจผ่านกระบวนการวาดภาพอิสระ (free drawing)
วาดอะไรก็ได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงความเชื่อมโยงของสัญลักษณ์ในภาพ
องค์ประกอบของภาพ ทัศนธาตุต่าง ๆ และพฤติกรรมขณะทำกิจกรรมถูกบันทึกและนำมาวิเคราะห์ร่วมกัน
๏ วันพฤหัสบดีที่ ๑๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๐
ศ. ดร.สันติ เล็กสุขุม ราชบัณฑิต บรรยายเรื่อง ลายพระหัตถ์สมเด็จครู (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์) สรุปความได้ว่า ลายพระหัตถ์ “สมเด็จครู” ว่าด้วยชื่องานช่าง ลักษณะความหมาย ผู้บรรยายเลือกคัดลอกมาพร้อมจัดหาภาพประกอบโดยเติมข้อชี้แจงไว้ในภาพเพื่อน้อมรับข้อคิด คำขยายความเพิ่มเติม หรือความเห็นแตกต่างก็ตาม อันเป็นการสร้างเสริมความงอกงามทางวิชาการ ดังนี้
“…ถ้าเปนเรือนยอดขนาดใหญ่ที่คนเข้าไปได้หลายคน เรียกว่า มณฑป ถ้าประกอบมุขเข้าเรียกว่า ปราสาท ถ้ามีแต่ยอดขนาดเล็กคนเข้าได้คนเดียวหรือเข้าไม่ได้เลยเรียกว่า บุษบก แต่ที่จริง เปนสิ่งเดียวกัน” (ลายพระหัตถ์ของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ประทานพระยาอนุมานราชธน (เมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๔๘๒). บันทึกเรื่องความรู้ต่าง ๆ เล่ม ๓ (พิมพ์ครั้งที่ ๒). บริษัท สำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช จำกัด, ๒๕๒๑, หน้า ๙๗).
“มณฑป กับ บุษบก นั้นเปนอย่างเดียวกัน ต่างแต่ขนาดเปนใหญ่กับเล็ก แถมปราสาทเข้าด้วย ถ้ามีมุขก็เรียกปราสาท จะเหนได้จากหลังคาปราสาทว่าเป็นเรือนชั้น ถ้าดูปราสาทพม่าแล้วจะเหนได้ เพราะเขาไขชั้นสูงมีบัญชรด้วย ของเราย่นชั้นลงมาจนทำให้ฝาหายไป…” (ลายพระหัตถ์ของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ประทานพระยาอนุมานราชธน (เมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๔๘๕). บันทึกเรื่องความรู้ต่าง ๆ เล่ม ๕ (พิมพ์ครั้งที่ ๒). บริษัท สำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช จำกัด, ๒๕๒๑, หน้า ๒๐๙).
“ปราสาท มาแต่เรือนชั้น ไม่จำต้องเปนยอดแหลม จะเปนหลังคาตัดก็ได้ ยอดแหลมนั้นมีคำต่างหากว่า กูฏาคาร ปรางค์ ก็เปนปราสาทเหมือนกัน กลีบขนุนนั้นคือ นาคปักบรรพแถลง แต่ทำให้ทรงก่งออก เพราะทรงปรางค์เองก่ง ที่ทำทรงก่งก็เพราะจะให้ก่อได้ไม่พัง เขมรเขาคิดก่อน เอาอย่างเทวสถานอินเดีย แล้วเราจำเอามาอีกต่อหนึ่ง นี่ก็เปนเดา แต่เดามีทางไป ส่วนกลีบขนุนนั้นเปน นาคปักบรรพแถลง แน่ เห็น (เหน) ได้จากปรางค์เก่า”(ลายพระหัตถ์ของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ประทานพระยาอนุมานราชธน (เมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๔๘๕). บันทึกเรื่องความรู้ต่าง ๆ เล่ม ๕ (พิมพ์ครั้งที่ ๒). บริษัท สำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช จำกัด, ๒๕๒๑, หน้า ๒๐๘).
“บันใหญ่ บันแถลง บัน เคยเขียน บรรพ คำ บรรพใหญ่ เปนคำของกวี บรรพแถลงเปนคำของช่าง ถ้าช่างเขาเรียกก็จะต้องว่า บรรพแถลง ตัวใหญ่ตัวเล็ก ที่ใช้ ตัว นั้น ไม่ว่าสิ่งใดที่ช่างไม้เขาทำขึ้น เรียกว่า ตัว ทั้งสิ้น มาแต่ ตัวไม้ ท่านคงอยากทราบว่า ทำไมจึ่งใช้จั่วเล็ก ๆ เปนเครื่องประดับบุษบก ทั้งมณฑปและปราสาทด้วย จะบอกให้เข้าใจว่าจั่วเล็ก ๆนั้นคือซุ้มหน้าต่าง บรรดาเครื่องยอดทั้งหลายมาแต่เรือนชั้นทั้งนั้น… คำว่า บรรพ นั้นก็แสดงอยู่ในตัวแล้วว่าเปนจั่ว แต่คำ แถลง นั้นไม่ทราบ…” (ลายพระหัตถ์ของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ประทานพระยาอนุมานราชธน (เมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๔๘๒). บันทึกเรื่องความรู้ต่าง ๆ เล่ม ๓ (พิมพ์ครั้งที่ ๒). บริษัท สำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช จำกัด, ๒๕๒๑, หน้า ๙๖-๙๗).

